มุมเจ้าของกิจการ

ประกันกลุ่มพนักงาน นำมาเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ไหม และเกี่ยวข้องกับภาษีอย่างไร

สรุปแนวทางทั่วไปเรื่องเบี้ยประกันกลุ่มกับการนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัท ความต่างของฝั่งบริษัทและฝั่งพนักงาน และเอกสารที่ควรเตรียม

ในบทความนี้คุณจะได้รู้

  • เบี้ยประกันกลุ่มหักเป็นรายจ่ายบริษัทได้ไหม
  • บริษัทกับพนักงาน ดูภาษีคนละฝั่ง
  • เอกสารที่ควรเตรียม
  • ประโยชน์ทางธุรกิจนอกเหนือจากภาษี
ข้อสำคัญ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือบัญชี หลักเกณฑ์และเงื่อนไขทางภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ และขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละบริษัท ก่อนนำไปใช้จริงควรตรวจสอบกับ กรมสรรพากร หรือ ผู้สอบบัญชี/ผู้ทำบัญชี ของบริษัทเสมอ
เจ้าของกิจการและผู้ทำบัญชีพิจารณาเบี้ยประกันกลุ่มในฐานะค่าใช้จ่ายของบริษัท
เบี้ยประกันกลุ่มที่บริษัทจ่ายให้พนักงาน มักเกี่ยวข้องกับการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทางภาษี

หนึ่งในคำถามที่เจ้าของกิจการสนใจคือ “ถ้าบริษัททำประกันกลุ่มให้พนักงาน จะนำเบี้ยมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทหรือใช้ทางภาษีได้ไหม” เพราะนอกจากเป็นสวัสดิการที่ดูแลพนักงานแล้ว ยังอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนของกิจการด้วย

บทความนี้สรุปแนวทาง ทั่วไป เกี่ยวกับเบี้ยประกันกลุ่มกับค่าใช้จ่ายของบริษัท พร้อมข้อควรระวัง โดยย้ำว่ารายละเอียดจริงควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีของบริษัท เพราะแต่ละกิจการมีข้อเท็จจริงต่างกัน

เบี้ยประกันกลุ่ม หักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ไหม

โดยทั่วไป เบี้ยประกันกลุ่มที่บริษัทจ่ายให้พนักงานในฐานะสวัสดิการ อาจนำมาพิจารณาเป็นรายจ่ายของกิจการได้ หากเป็นสวัสดิการที่ให้แก่พนักงานเป็นการทั่วไป มีระเบียบหรือหลักฐานรองรับ และไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ภาษี

มีแนววินิจฉัยของกรมสรรพากรที่ระบุว่า เบี้ยประกันชีวิตที่นายจ้างจ่ายแทนพนักงานทุกคนเป็นการทั่วไปตามระเบียบสวัสดิการพนักงานของบริษัท สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ หากไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร

จุดสำคัญคือควรเป็นสวัสดิการที่ให้แก่พนักงาน “เป็นการทั่วไป” ตามระเบียบสวัสดิการ เกี่ยวข้องกับกิจการ และมีเอกสารประกอบครบถ้วน ไม่ใช่ประโยชน์เฉพาะกรรมการหรือบุคคลบางราย

บริษัทกับพนักงาน ต้องดูภาษีคนละฝั่ง

การพิจารณาภาษีของประกันกลุ่มควรแยกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งบริษัทและฝั่งพนักงาน ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน

ฝั่งบริษัท

  • อาจพิจารณาเป็นรายจ่ายของกิจการได้
  • หากเป็นสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
  • ให้แก่พนักงานเป็นการทั่วไป และมีเอกสารประกอบครบถ้วน

ฝั่งพนักงาน

  • ต้องพิจารณาแยกต่างหากว่าเบี้ยที่นายจ้างจ่ายให้
  • เข้าลักษณะเป็นประโยชน์เพิ่มหรือเงินได้ของพนักงานหรือไม่
  • ขึ้นอยู่กับประเภทความคุ้มครอง เงื่อนไขกรมธรรม์ และหลักเกณฑ์ภาษีที่เกี่ยวข้อง
การที่บริษัทหักเป็นรายจ่ายได้ ไม่ได้แปลว่าฝั่งพนักงานจะไม่มีประเด็นภาษีโดยอัตโนมัติ และในทางกลับกัน ทั้งสองฝั่งควรพิจารณาแยกกัน

เบี้ยที่บริษัทจ่ายให้พนักงาน ถือเป็นเงินได้ของพนักงานหรือไม่

คำตอบขึ้นอยู่กับประเภทประกันและเงื่อนไข ไม่สามารถตอบรวมแบบใช่หรือไม่ใช่ได้ทุกกรณี กรมสรรพากรมีแนววินิจฉัยว่าเบี้ยประกันชีวิตที่นายจ้างจ่ายแทนพนักงาน อาจถือเป็นประโยชน์เพิ่มจากการจ้างแรงงาน และเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงานตามมาตรา 40(1)

ขณะเดียวกันก็มีกรณีเฉพาะที่เบี้ยประกันภัยกลุ่มซึ่งมีกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปี เฉพาะส่วนที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับลูกจ้างและบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข อาจได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

จึงไม่ควรสรุปรวมว่า “พนักงานต้องเสีย” หรือ “พนักงานไม่ต้องเสีย” เหมือนกันทุกกรณี เพราะขึ้นอยู่กับประเภทความคุ้มครอง (ชีวิต / สุขภาพ / อุบัติเหตุ) และเงื่อนไขกรมธรรม์ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีตามรายละเอียดจริง

เอกสารและข้อควรระวังด้านภาษี

เพื่อให้การบันทึกค่าใช้จ่ายและการใช้สิทธิทางภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง ควรเตรียมและตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้กับผู้ทำบัญชี

  • กรมธรรม์และตารางผลประโยชน์ของแผน
  • ใบเสร็จ/หลักฐานการชำระเบี้ยประกัน
  • ระเบียบหรือนโยบายสวัสดิการของบริษัท
  • มติที่ประชุมหรือมติบริษัทเรื่องการจัดสวัสดิการ (ถ้ามี)
  • รายชื่อพนักงานที่ได้รับสวัสดิการ
  • การให้สวัสดิการเป็นการทั่วไปแก่พนักงานตามหลักเกณฑ์
  • ความสอดคล้องกับการบันทึกบัญชีและการยื่นภาษีของบริษัท
เอกสารที่ครบและชัดเจนช่วยให้การพิจารณาทางบัญชีและภาษีง่ายขึ้น แต่การตีความขั้นสุดท้ายควรเป็นไปตามคำแนะนำของผู้ทำบัญชีและหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
เอกสารกรมธรรม์ ใบเสร็จเบี้ยประกัน และระเบียบสวัสดิการที่ใช้ประกอบการบันทึกบัญชีและภาษี

ประโยชน์ทางธุรกิจนอกเหนือจากเรื่องภาษี

นอกจากประเด็นด้านค่าใช้จ่ายและภาษีแล้ว ประกันกลุ่มยังมีคุณค่าต่อการบริหารคนและภาพลักษณ์องค์กร

เป็นสวัสดิการที่ช่วยรักษาพนักงาน
สร้างความมั่นใจให้ทีมงาน
เสริมภาพลักษณ์นายจ้างที่ใส่ใจ
ช่วยให้ HR มีสวัสดิการที่อธิบายได้ชัด
ดูแลพนักงานอย่างเป็นระบบ
วางงบประมาณด้านคนได้ชัดเจนขึ้น
ผลลัพธ์ของแต่ละองค์กรอาจต่างกัน ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก การสื่อสาร และความต้องการของพนักงาน

สรุป: เบี้ยประกันกลุ่มอาจเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายบริษัท แต่ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญ

โดยทั่วไป เบี้ยประกันกลุ่มที่บริษัทจ่ายให้พนักงานในลักษณะสวัสดิการ มักเกี่ยวข้องกับการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ หากเข้าเงื่อนไขและมีเอกสารครบถ้วน แต่รายละเอียดทางภาษีทั้งฝั่งบริษัทและพนักงาน ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรและข้อเท็จจริงของแต่ละกิจการ

เพื่อความถูกต้อง ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของบริษัท และตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนนำไปใช้จริง โดยมองประกันกลุ่มเป็นทั้งเครื่องมือดูแลพนักงานและส่วนหนึ่งของการบริหารต้นทุนอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย: ประกันกลุ่มกับภาษีบริษัท

เบี้ยประกันกลุ่มนำมาเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้เลยไหม

โดยทั่วไปมักพิจารณาเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการได้หากเข้าเงื่อนไขและมีเอกสารครบ แต่การตีความขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรและข้อเท็จจริงของบริษัท ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบ

เบี้ยที่บริษัทจ่ายให้พนักงาน ถือเป็นเงินได้ของพนักงานหรือไม่

ขึ้นอยู่กับประเภทประกันและเงื่อนไข บางกรณีเบี้ยประกันชีวิตที่นายจ้างจ่ายแทนพนักงานอาจถือเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงานตามมาตรา 40(1) ขณะที่เบี้ยประกันกลุ่มบางส่วนที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขอาจได้รับยกเว้น จึงควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีตามรายละเอียดกรมธรรม์จริง

ประกันกลุ่มทุกประเภทมีผลทางภาษีเหมือนกันไหม

ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะประกันชีวิตกลุ่ม ประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม และแผนที่มีความคุ้มครองหลายส่วน อาจมีผลทางภาษีแตกต่างกัน ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบตามรายละเอียดกรมธรรม์และใบเสร็จจริง

ต้องเก็บเอกสารอะไรบ้าง

โดยทั่วไปควรเก็บกรมธรรม์ ตารางผลประโยชน์ ใบเสร็จการชำระเบี้ย ระเบียบสวัสดิการ และรายชื่อพนักงานที่ได้รับสวัสดิการ เพื่อใช้ประกอบการบันทึกบัญชีและภาษี

ข้อมูลภาษีในบทความนี้ใช้อ้างอิงได้เลยไหม

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี ควรยืนยันกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีของบริษัทก่อนนำไปใช้จริง

หมายเหตุและแหล่งอ้างอิง

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางภาษี บัญชี กฎหมาย หรือการรับประกันผลประโยชน์ใด ๆ หลักเกณฑ์ทางภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลง และขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละบริษัท ก่อนตัดสินใจหรือบันทึกทางบัญชีและภาษี ควรปรึกษากรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชี/ผู้สอบบัญชีของบริษัท ส่วนรายละเอียดความคุ้มครองให้ยึดตามกรมธรรม์และเอกสารเสนอขายของแผนที่เลือก

  • กรมสรรพากร (ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง)
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
  • AIA Group Insurance Employee Benefits Handbook

อยากวางประกันกลุ่มเป็นสวัสดิการที่ดูแลทั้งคนและต้นทุน?

ให้ที่ปรึกษาช่วยจัดแผนที่เหมาะกับองค์กร แล้วตรวจสอบรายละเอียดทางภาษีกับผู้ทำบัญชีของคุณอีกครั้ง