ความรู้ประกันกลุ่ม

ประกันกลุ่ม vs กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต่างกันอย่างไร

หลายองค์กรสงสัยว่ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องทำประกันกลุ่มอีกไหม บทความนี้อธิบายความต่างของสวัสดิการสองประเภทนี้ และทำไมหลายองค์กรเลือกมีทั้งคู่ควบคู่กัน

ในบทความนี้คุณจะได้รู้

  • ประกันกลุ่มกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างกันอย่างไร
  • วัตถุประสงค์และช่วงเวลาที่ให้ประโยชน์ต่างกันตรงไหน
  • ทำไมองค์กรจึงควรมีทั้งสองสวัสดิการควบคู่กัน
  • ควรเริ่มจากอะไรก่อนถ้างบมีจำกัด

“มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานแล้ว ยังต้องทำประกันกลุ่มอีกไหม” เป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจและ HR หลายคนสงสัย เพราะทั้งสองอย่างฟังดูเป็นสวัสดิการที่ “ดูแลอนาคต” ของพนักงานเหมือนกัน

แต่ความจริงแล้วสวัสดิการสองประเภทนี้ตอบโจทย์คนละช่วงเวลาและความเสี่ยงคนละแบบ บทความนี้จะอธิบายให้เห็นภาพชัดเจน หากยังไม่คุ้นกับประกันกลุ่มโดยรวม อ่านพื้นฐานได้ที่ ประกันกลุ่มคืออะไร เหมาะกับองค์กรแบบไหน

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) เป็นสวัสดิการที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันสะสมเงินเข้ากองทุนทุกเดือน โดยหักจากเงินเดือนลูกจ้างส่วนหนึ่งและนายจ้างสมทบอีกส่วนหนึ่ง เงินก้อนนี้จะถูกนำไปบริหารลงทุนและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเป็นเงินก้อนให้พนักงานได้รับเมื่อออกจากงานหรือเกษียณอายุ

จุดเด่นของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือการ “ออม” ระยะยาวเพื่ออนาคตหลังเกษียณ ซึ่งเป็นเป้าหมายด้านการเงินในระยะยาวของพนักงาน

ประกันกลุ่มคืออะไร (ทบทวนสั้น ๆ)

ประกันกลุ่มเป็นความคุ้มครองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างที่พนักงานยังทำงานอยู่ เช่น การเจ็บป่วยที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล อุบัติเหตุ หรือการเสียชีวิต โดยบริษัทประกันจะจ่ายผลประโยชน์ตามเงื่อนไขที่กรมธรรม์กำหนดเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง ต่างจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เป็นการสะสมเงินไว้ล่วงหน้า

กล่าวง่าย ๆ คือ ประกันกลุ่มดูแล “ความเสี่ยงเฉพาะหน้า” ระหว่างการทำงาน ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดูแล “อนาคตหลังเกษียณ” ที่แน่นอนว่าจะมาถึง

เปรียบเทียบประกันกลุ่มกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ตารางเปรียบเทียบความต่างหลัก

หัวข้อ ประกันกลุ่ม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
วัตถุประสงค์ คุ้มครองความเสี่ยงระหว่างทำงาน ออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ/ออกจากงาน
ได้รับเมื่อไหร่ เมื่อเกิดเหตุตามเงื่อนไข เมื่อพ้นสภาพพนักงานหรือเกษียณ
เงินที่จ่าย ตามทุนประกัน/วงเงินคุ้มครอง เงินสะสม + เงินสมทบ + ผลตอบแทน
ลักษณะ คุ้มครองความเสี่ยง ออมและลงทุนระยะยาว

จะเห็นว่าทั้งสองอย่างไม่ได้ทดแทนกัน แต่เสริมกันคนละมุม องค์กรที่มีแค่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานอาจยังขาดความคุ้มครองหากเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างทำงาน เช่น เจ็บป่วยกะทันหันที่มีค่ารักษาสูง ซึ่งประกันกลุ่มช่วยรองรับส่วนนี้ได้ ดูความคุ้มครองสุขภาพเพิ่มเติมที่ ประกันสุขภาพกลุ่ม IPD/OPD ต่างกันอย่างไร

ทำไมหลายองค์กรเลือกมีทั้งสองสวัสดิการควบคู่กัน

องค์กรที่ต้องการดูแลพนักงานอย่างครบวงจร มักมองว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันกลุ่มเป็นสวัสดิการคนละชั้นที่ทำงานร่วมกัน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพช่วยสร้างความมั่นคงระยะยาว ส่วนประกันกลุ่มช่วยป้องกันไม่ให้เหตุไม่คาดฝันระหว่างทางกระทบฐานะการเงินของพนักงานและครอบครัว

ในมุมขององค์กร การมีสวัสดิการทั้งสองแบบยังเป็นจุดแข็งด้านการดึงดูดและรักษาพนักงาน โดยเฉพาะในตลาดแรงงานที่ผู้สมัครงานเปรียบเทียบสวัสดิการระหว่างบริษัทมากขึ้น

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ = ออมเพื่ออนาคต · ประกันกลุ่ม = คุ้มครองความเสี่ยงระหว่างทาง สององค์ประกอบนี้เสริมกัน ไม่ใช่สิ่งที่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ไทม์ไลน์ความคุ้มครองประกันกลุ่มระหว่างทำงาน เทียบกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหลังเกษียณ

ถ้างบสวัสดิการมีจำกัด ควรเริ่มจากอะไรก่อน

สำหรับองค์กร SME ที่เพิ่งเริ่มวางสวัสดิการและมีงบจำกัด หลายที่เลือกเริ่มจากประกันกลุ่มก่อน เพราะเป็นสวัสดิการที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงเฉพาะหน้าที่กระทบพนักงานได้ทันที เช่น ค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ ก่อนขยายไปสู่สวัสดิการระยะยาวอย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อธุรกิจเติบโตและงบมีมากขึ้น

อยากเริ่มวางสวัสดิการประกันกลุ่มให้พนักงาน?

ขอใบเสนอราคาฟรี

ข้อควรระวังในการวางแผนสวัสดิการ

การตัดสินใจว่าจะจัดสรรงบให้สวัสดิการแบบใดก่อน ควรพิจารณาจากลักษณะพนักงานและความเสี่ยงที่องค์กรกังวลมากที่สุด องค์กรที่มีพนักงานอายุเฉลี่ยน้อยอาจให้ความสำคัญกับความคุ้มครองสุขภาพก่อน ขณะที่องค์กรที่ต้องการรักษาพนักงานระยะยาวอาจเน้นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพควบคู่ไปด้วย

หมายเหตุ: เงื่อนไขกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นไปตามข้อบังคับกองทุนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนความคุ้มครองประกันกลุ่มเป็นไปตามแผนที่เลือกและการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท
ประกันกลุ่มและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นสวัสดิการที่เสริมกันสำหรับพนักงาน

สรุป: ประกันกลุ่มและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เสริมกันไม่ใช่แทนกัน

ประกันกลุ่มคุ้มครองความเสี่ยงระหว่างที่พนักงานยังทำงานอยู่ ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการออมเพื่ออนาคตหลังเกษียณ ทั้งสองสวัสดิการตอบโจทย์คนละช่วงเวลาและความต้องการ องค์กรที่มีงบจำกัดสามารถเริ่มจากสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงเร่งด่วนก่อน แล้วค่อยขยายเพิ่มเติมเมื่อพร้อม

คำถามที่พบบ่อย: ประกันกลุ่ม vs กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว ยังต้องทำประกันกลุ่มไหม

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการออมเพื่ออนาคต ไม่ได้ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงระหว่างทำงาน เช่น ค่ารักษาพยาบาลกะทันหัน องค์กรจึงมักพิจารณามีประกันกลุ่มควบคู่ไปด้วยเพื่อดูแลความเสี่ยงส่วนนี้

สองสวัสดิการนี้ใช้งบก้อนเดียวกันได้ไหม

โดยทั่วไปองค์กรมักแยกงบสวัสดิการสองส่วนนี้ออกจากกัน เนื่องจากมีวัตถุประสงค์และรูปแบบการจ่ายที่ต่างกัน ควรวางแผนงบรวมทั้งสองส่วนไปพร้อมกันตั้งแต่ต้น

บริษัทเล็กควรมีสวัสดิการไหนก่อน

ขึ้นอยู่กับลำดับความสำคัญขององค์กร หลายบริษัทขนาดเล็กเลือกเริ่มจากประกันกลุ่มก่อน เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงเฉพาะหน้าที่กระทบพนักงานได้ทันที

พนักงานลาออกแล้วได้รับอะไรจากแต่ละสวัสดิการ

เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่สะสมไว้ พนักงานจะได้รับตามข้อบังคับกองทุน ส่วนความคุ้มครองประกันกลุ่มโดยทั่วไปจะสิ้นสุดลงเมื่อพ้นสภาพการเป็นพนักงาน

หมายเหตุและแหล่งอ้างอิง

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างประกันกลุ่มและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มิใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคลด้านการเงินหรือการลงทุน เงื่อนไขที่แท้จริงของแต่ละสวัสดิการเป็นไปตามข้อบังคับกองทุนและกรมธรรม์ที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) — กำกับดูแลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

เว็บไซต์นี้ดำเนินการโดยตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. มิใช่เว็บไซต์ทางการของบริษัท เอไอเอ จำกัด

อยากเริ่มวางสวัสดิการประกันกลุ่มให้พนักงานแล้วหรือยัง?

ให้ทีมที่ปรึกษาช่วยออกแบบแผนที่เหมาะกับงบและลักษณะพนักงานขององค์กร พร้อมรับใบเสนอราคาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ธชรัฐ เดชนาเกร็ด ตัวแทนประกันชีวิต AIA ผู้เขียนบทความประกันกลุ่ม

เขียนโดย ธชรัฐ เดชนาเกร็ด

ตัวแทนประกันชีวิต AIA ที่ปรึกษาด้านประกันกลุ่มสำหรับองค์กร ดูแลการวางสวัสดิการพนักงานให้ธุรกิจ SME และองค์กรขนาดกลาง ตั้งแต่ประเมินความต้องการ ออกแบบความคุ้มครองให้เหมาะกับงบประมาณ จนถึงการดูแลต่อเนื่องหลังทำกรมธรรม์ · ใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต คปภ. เลขที่ 6101091799

ดูประวัติและคุณสมบัติผู้เขียน →