วงเงินประกันกลุ่มไม่พอ ทำอย่างไร — รู้จักการเสริมด้วย AIA Health Plus
ประกันกลุ่มของบริษัทช่วยรับค่ารักษาส่วนต้นได้ดี แต่เมื่อเจอโรคร้ายแรงหรือผ่าตัดใหญ่ วงเงินมักไม่พอ บทความนี้อธิบายว่าช่องว่างนั้นเกิดขึ้นตรงไหน และแบบประกันที่ออกแบบมาเสริมสวัสดิการเดิมทำงานอย่างไร ซึ่งเป็นสิทธิ์เฉพาะของพนักงานในองค์กรที่ทำประกันสุขภาพกลุ่มไว้กับ AIA
ในบทความนี้คุณจะได้รู้
- ทำไมวงเงินประกันกลุ่มถึงมักไม่พอในกรณีเจ็บป่วยหนัก
- แนวคิด “ความรับผิดส่วนแรก” ที่ทำให้เบี้ยส่วนเสริมถูกลง
- AIA Health Plus คุ้มครองอะไร และมีกี่แผน
- ใครมีสิทธิ์ซื้อ และทำไมจึงจำกัดเฉพาะสมาชิกประกันกลุ่ม AIA
- สิ่งที่ HR ควรอธิบายกับพนักงานก่อนตัดสินใจ
คำถามที่ HR เจอบ่อยหลังจัดประกันกลุ่มให้พนักงานแล้ว คือ “ถ้าค่ารักษาเกินวงเงินที่บริษัทให้ พนักงานต้องจ่ายเองใช่ไหม” คำตอบตรงไปตรงมาคือใช่ ส่วนที่เกินความคุ้มครองของกรมธรรม์กลุ่มเป็นภาระของพนักงานเอง เว้นแต่จะมีความคุ้มครองอื่นมารองรับ
ประเด็นนี้ไม่ได้แปลว่าประกันกลุ่มไม่ดี แต่แปลว่าประกันกลุ่มถูกออกแบบมาให้เป็นสวัสดิการพื้นฐานที่บริษัทดูแลไหวในระยะยาว ไม่ได้ออกแบบมาให้รับค่ารักษาหลักล้านต่อคนต่อปี
คำตอบสั้น ๆ
ช่องว่างของประกันกลุ่มมักไม่ได้อยู่ที่ “มีหรือไม่มีความคุ้มครอง” แต่อยู่ที่ เพดานวงเงินของแต่ละหมวด โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ และค่าผ่าตัด ซึ่งเป็นสองหมวดที่ใช้เงินมากที่สุดเมื่อเจ็บป่วยหนัก
วิธีปิดช่องว่างที่ตรงจุดกว่าการดันวงเงินกลุ่มขึ้นทั้งก้อน คือใช้แบบประกันที่ออกแบบมา เสริมสวัสดิการที่มีอยู่ โดยกำหนดให้สวัสดิการเดิมรับผิดชอบค่ารักษาส่วนแรก แล้วแบบประกันเสริมรับต่อในส่วนที่เกิน
AIA Health Plus เป็นสัญญาเพิ่มเติมที่ใช้หลักคิดนี้ โดย AIA ระบุความรับผิดส่วนแรกไว้ที่ 20,000 บาทต่อรอบปีกรมธรรม์ และมีผลประโยชน์แบบเหมาจ่ายสูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อรอบปีกรมธรรม์
จุดที่ HR ควรรู้ก่อนใคร
แบบประกันนี้เป็นสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ที่มีประกันสุขภาพกลุ่มกับ AIA อยู่ ณ วันที่ยื่นขอเอาประกันภัย พนักงานในองค์กรที่ไม่มีประกันกลุ่มกับ AIA จะไม่สามารถซื้อได้
พูดอีกอย่างคือ การที่บริษัทเลือกทำประกันกลุ่มกับ AIA ไม่ได้ให้แค่สวัสดิการตามกรมธรรม์กลุ่มเท่านั้น แต่ยังเปิดสิทธิ์ให้พนักงานเลือกเสริมความคุ้มครองของตัวเองต่อได้ โดยบริษัทไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ช่องว่างของประกันกลุ่มเกิดขึ้นตรงไหน
ประกันสุขภาพกลุ่มจะแยกวงเงินเป็นหมวด ๆ เช่น ค่าห้องและค่าอาหารต่อวัน ค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ ค่าผ่าตัด ค่าเยี่ยมของแพทย์ และค่ารักษาผู้ป่วยนอก แต่ละหมวดมีเพดานของตัวเอง
ในการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น เป็นไข้ ท้องเสีย หรือนอนโรงพยาบาลสั้น ๆ วงเงินเหล่านี้มักเพียงพอ ปัญหาจะเกิดในสามสถานการณ์
- ผ่าตัดใหญ่ — ค่าผ่าตัดและค่าห้องผ่าตัดรวมกันมักเกินเพดานหมวดค่าผ่าตัดของแผนกลุ่มทั่วไป
- โรคร้ายแรงที่ต้องรักษาต่อเนื่อง — เคมีบำบัด รังสีรักษา หรือยามุ่งเป้า มีค่าใช้จ่ายสะสมสูงและกินเวลาข้ามปีกรมธรรม์
- นอนโรงพยาบาลนาน — แผนกลุ่มส่วนใหญ่จำกัดจำนวนวันค่าห้อง ทำให้วันที่เกินมาไม่ได้รับความคุ้มครอง
สามกรณีนี้เกิดไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดแล้วมูลค่าความเสียหายสูงมาก ซึ่งตรงกันข้ามกับค่ารักษาผู้ป่วยนอกที่เกิดบ่อยแต่ครั้งละไม่มาก

ความรับผิดส่วนแรกคืออะไร ทำไมทำให้เบี้ยถูกลง
ความรับผิดส่วนแรก หรือที่หลายคนเรียกว่า deductible คือจำนวนเงินค่ารักษาส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบเอง หรือใช้สิทธิ์จากสวัสดิการอื่นที่มีอยู่ก่อน แล้วแบบประกันจึงเริ่มจ่ายในส่วนที่เกินจากนั้น
สำหรับพนักงานที่บริษัทมีประกันกลุ่มให้อยู่แล้ว ส่วนแรกนี้ไม่ได้แปลว่าต้องควักเงินตัวเอง เพราะสวัสดิการกลุ่มของบริษัทเข้ามารับตรงนี้แทน
เมื่อรวมสองชั้นเข้าด้วยกัน
สวัสดิการกลุ่มของบริษัทรับค่ารักษาส่วนต้น · แบบประกันเสริมรับต่อในส่วนที่เกินความรับผิดส่วนแรก
ผลคือพนักงานจ่ายเบี้ยส่วนเสริมน้อยลง เพราะไม่ได้ซื้อความคุ้มครองซ้ำในส่วนที่บริษัทให้อยู่แล้ว
นี่คือเหตุผลที่ AIA อธิบายผลิตภัณฑ์นี้ว่า “เสริมสิทธิสวัสดิการที่มีอยู่” และกำหนดความรับผิดส่วนแรกไว้ที่ 20,000 บาทต่อรอบปีกรมธรรม์

AIA Health Plus คุ้มครองอะไรบ้าง
AIA Health Plus เป็นสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย จำหน่ายผ่านตัวแทน และเปิดให้เฉพาะผู้ที่มีประกันสุขภาพกลุ่มกับ AIA อยู่ ณ วันที่ยื่นขอเอาประกันภัย โดยข้อมูลจากหน้าผลิตภัณฑ์ทางการระบุจุดเด่นไว้ดังนี้
- ผลประโยชน์แบบเหมาจ่ายสูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อรอบปีกรมธรรม์
- ไม่จำกัดวงเงินต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง
- ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าห้อง ICU รวมกันสูงสุดถึง 365 วัน
- กรณีเป็นโรคร้ายแรงตามที่กรมธรรม์กำหนด 6 โรค รับผลประโยชน์สูงสุดต่อรอบปีกรมธรรม์ 2 เท่า และคุ้มครองต่อเนื่องไปอีก 3 ปีกรมธรรม์ รวมเป็น 4 ปีกรมธรรม์ โดยเพิ่มผลประโยชน์ได้ 1 ครั้งต่อ 1 โรคร้ายแรง
- ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่แพทย์สั่งให้กลับบ้าน 20,000 บาทต่อครั้ง (จ่ายยาได้ไม่เกิน 7 วัน)
- มีผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต 10,000 บาท
- เสริมสิทธิสวัสดิการที่มีอยู่ด้วยความรับผิดส่วนแรก 20,000 บาทต่อรอบปีกรมธรรม์
- คุ้มครองต่อเนื่องหลังเกษียณ และปรับให้คุ้มครองตั้งแต่บาทแรก โดยไม่ต้องแถลงสุขภาพใหม่
รายการที่จ่ายตามจริงครอบคลุมทั้งค่าแพทย์ตรวจวินิจฉัย ค่าห้องผ่าตัด ค่าศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ Day Surgery ค่าล้างไต ค่ารักษามะเร็งด้วยรังสีรักษาและเคมีบำบัด รวมถึงค่าตรวจวินิจฉัยที่เกิดขึ้นภายใน 30 วันก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
มี 3 แผนให้เลือก
| รายการ | แผน 1 ล้าน | แผน 5 ล้าน | แผน 10 ล้าน |
|---|---|---|---|
| ผลประโยชน์สูงสุดต่อรอบปีกรมธรรม์ | 1 ล้านบาท | 5 ล้านบาท | 10 ล้านบาท |
| ค่าห้องและค่าอาหารต่อวัน | 2,000 บาท | 4,000 บาท | 5,000 บาท |
| ค่าห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) | จ่ายตามจริง นับรวมกับค่าห้องปกติ สูงสุดไม่เกิน 365 วัน | ||
| ค่าแพทย์ตรวจรักษาต่อวัน (สูงสุด 365 วัน) | 1,200 บาท | 2,400 บาท | 3,600 บาท |
| ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่แพทย์สั่งให้กลับบ้าน (จ่ายยาได้ไม่เกิน 7 วัน) | 20,000 บาทต่อครั้ง | ||
| ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต | 10,000 บาท | ||
| ความรับผิดส่วนแรก | 20,000 บาทต่อรอบปีกรมธรรม์ | ||
| ช่วงอายุผู้ขอเอาประกันภัย | 15 วัน – 75 ปี ต่ออายุได้ถึง 98 ปี | ||
| ระยะเวลาคุ้มครอง | ถึงอายุ 99 ปี หรือจนกระทั่งแบบประกันภัยหลักสิ้นผลบังคับ | ||
ข้อมูลจากหน้าผลิตภัณฑ์ทางการของ AIA · ตารางนี้เป็นเพียงบางรายการเพื่อให้เห็นภาพรวม ผลประโยชน์ทั้งหมดและเงื่อนไขให้ดูจากกรมธรรม์
3 จุดที่ HR ควรอธิบายให้พนักงานเข้าใจ
1. เป็นความคุ้มครองส่วนตัวของพนักงาน ไม่ใช่สวัสดิการบริษัท
แบบประกันนี้พนักงานเป็นผู้ถือกรมธรรม์และจ่ายเบี้ยเอง จึงติดตัวไปแม้เปลี่ยนงาน ต่างจากประกันกลุ่มที่ความคุ้มครองสิ้นสุดเมื่อพ้นสภาพพนักงาน
2. จุดแข็งที่สุดคือช่วงหลังเกษียณ
ประกันกลุ่มจะหมดไปพร้อมกับการเกษียณ ซึ่งเป็นช่วงที่ค่ารักษาสูงที่สุดและซื้อประกันสุขภาพใหม่ยากที่สุด AIA ระบุว่าแบบประกันนี้คุ้มครองต่อเนื่องหลังเกษียณ และเลือกปรับให้คุ้มครองตั้งแต่บาทแรกได้ในวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 50 55 60 หรือ 65 ปี โดยไม่ต้องแถลงสุขภาพใหม่
3. ยิ่งเริ่มตอนอายุน้อยและสุขภาพดี ยิ่งได้เปรียบ
การพิจารณารับประกันภัยดูจากสุขภาพ ณ วันที่ยื่นขอ การรอจนมีอาการแล้วค่อยสมัครอาจทำให้ถูกเพิ่มเบี้ย เพิ่มเงื่อนไข หรือไม่รับประกัน

สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ
เพื่อให้เห็นภาพครบทั้งสองด้าน มีข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อน
- ไม่ได้ทดแทนประกันกลุ่ม — ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ใช้แทนกัน หากบริษัทยกเลิกประกันกลุ่ม ความรับผิดส่วนแรกจะกลายเป็นภาระของพนักงานเอง
- ต้องผ่านการพิจารณารับประกันภัยรายบุคคล — ไม่ได้รับอัตโนมัติเหมือนประกันกลุ่ม ผลการพิจารณาเป็นดุลยพินิจของบริษัทและพิจารณาเป็นรายบุคคล
- มีระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (Waiting Period) — การป่วยที่เกิดขึ้นใน 30 วันแรก นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองจะไม่ได้รับความคุ้มครอง และขยายเป็น 120 วัน สำหรับไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อหรือต้อกระจก การตัดทอนซิลหรืออะดีนอยด์ และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
- มีข้อยกเว้น — เช่น ภาวะผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิดหรือโรคทางพันธุกรรม การตรวจรักษาหรือผ่าตัดเพื่อเสริมสวยและการแก้ปัญหาผิวพรรณ การตั้งครรภ์ คลอดบุตร แท้งบุตร การแก้ไขปัญหาการมีบุตรยาก การทำหมันและการคุมกำเนิด
- เบี้ยขึ้นตามอายุ — เป็นสัญญาเพิ่มเติมที่ต้องต่ออายุทุกปี ควรวางแผนงบระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
ใครมีสิทธิ์ซื้อ AIA Health Plus บ้าง
เปิดให้เฉพาะผู้ที่มีประกันสุขภาพกลุ่มกับ AIA อยู่ ณ วันที่ยื่นขอเอาประกันภัยครับ หากองค์กรทำประกันกลุ่มไว้กับบริษัทประกันอื่น พนักงานจะไม่เข้าเงื่อนไขนี้ ข้อกำหนดนี้เป็นเหตุผลที่แบบประกันกำหนดความรับผิดส่วนแรกไว้ได้ เพราะออกแบบมาบนสมมติฐานว่ามีสวัสดิการกลุ่มของ AIA รับค่ารักษาส่วนแรกอยู่แล้ว
บริษัทต้องจ่ายเบี้ยส่วนนี้ให้พนักงานไหม
ไม่ต้องครับ แบบประกันนี้เป็นความคุ้มครองส่วนตัวที่พนักงานเลือกทำเองและจ่ายเบี้ยเอง บริษัทไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม บทบาทของ HR คือช่วยให้พนักงานเข้าใจว่าสวัสดิการที่บริษัทให้ครอบคลุมถึงไหน และส่วนที่เกินจากนั้นมีทางเลือกอะไรบ้าง
ถ้าพนักงานลาออก ความคุ้มครองส่วนนี้หายไปด้วยไหม
ไม่หายครับ เพราะพนักงานเป็นผู้ถือกรมธรรม์เอง แต่ต้องเข้าใจว่าเมื่อไม่มีประกันกลุ่มของบริษัทมารับค่ารักษาส่วนแรกแล้ว ส่วนแรกนั้นจะกลายเป็นภาระของพนักงานเอง จนกว่าจะปรับแผนเป็นแบบคุ้มครองตั้งแต่บาทแรกตามเงื่อนไขที่กรมธรรม์กำหนด
ต่างจากการเพิ่มวงเงินประกันกลุ่มอย่างไร
การเพิ่มวงเงินกลุ่มทำให้เบี้ยของทั้งบริษัทสูงขึ้นทุกคนเท่ากัน ในขณะที่การเสริมรายบุคคลให้พนักงานที่ต้องการเลือกเองได้ตามความจำเป็นและกำลังจ่ายของแต่ละคน ทั้งสองทางใช้ร่วมกันได้ ไม่ได้ขัดกัน
สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้อย่างไร
ติดต่อผมได้โดยตรงครับ ผมช่วยอธิบายว่าสวัสดิการกลุ่มที่บริษัทมีอยู่ครอบคลุมถึงไหน และช่องว่างที่เหลืออยู่ตรงไหน เพื่อให้ตัดสินใจจากข้อมูลจริง ไม่ใช่จากการคาดเดา
อยากรู้ว่าสวัสดิการที่บริษัทมีอยู่ ครอบคลุมถึงไหน
ส่งตารางผลประโยชน์เดิมมาให้ผมดูได้ครับ ผมช่วยไล่ทีละหมวดว่าจุดไหนพอ จุดไหนยังเป็นช่องว่าง แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะปรับที่แผนกลุ่ม หรือให้พนักงานเสริมเอง
