เบี้ยประกันกลุ่มเท่าไหร่ ราคาคิดจากปัจจัยอะไร
ประกันกลุ่มไม่มีราคาตายตัว เพราะเบี้ยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยของแต่ละองค์กร บทความนี้สรุปให้ HR และเจ้าของกิจการเข้าใจว่าอะไรบ้างที่ทำให้เบี้ยถูกหรือแพง และควรประเมินงบอย่างไรก่อนขอใบเสนอราคา
ในบทความนี้คุณจะได้รู้
- เบี้ยประกันกลุ่มคิดจากอะไร
- 6 ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยถูกหรือแพง
- วิธีประเมินงบก่อนขอใบเสนอราคา
- ข้อควรระวังเรื่องการเลือกดูแค่ราคา
คำถามที่เจ้าของกิจการและ HR ถามบ่อยที่สุดคือ “ประกันกลุ่มราคาเท่าไหร่” คำตอบตรง ๆ คือ ไม่มีราคาสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกองค์กร เพราะเบี้ยประกันกลุ่มคำนวณจากความเสี่ยงและความคุ้มครองของกลุ่มพนักงานแต่ละชุด
บทความนี้สรุปปัจจัยที่ใช้พิจารณาเบี้ย และวิธีประเมินงบประมาณ เพื่อให้องค์กรออกแบบแผนให้พอดีกับงบก่อนขอใบเสนอราคา หากอยากเข้าใจพื้นฐานก่อนว่าประกันกลุ่มทำงานอย่างไร อ่านเพิ่มได้ที่ ประกันกลุ่มคืออะไร เหมาะกับองค์กรแบบไหน
เบี้ยประกันกลุ่มคิดอย่างไร
โดยทั่วไปบริษัทประกันจะประเมินเบี้ยเป็น “ต่อคนต่อปี” ตามแผนความคุ้มครองที่เลือก แล้วรวมเป็นเบี้ยของทั้งองค์กร ต่างองค์กรจึงได้เบี้ยไม่เท่ากัน แม้จะมีจำนวนพนักงานเท่ากัน เพราะโครงสร้างพนักงานและความคุ้มครองที่เลือกต่างกัน
ปัจจัยที่กำหนดเบี้ยประกันกลุ่ม
เบี้ยที่องค์กรได้รับในใบเสนอราคา มาจากการพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน
1. จำนวนพนักงานที่เอาประกัน
จำนวนคนมีผลต่อการกระจายความเสี่ยง กลุ่มที่มีสมาชิกมากขึ้นมักช่วยให้เบี้ยเฉลี่ยต่อคนสมเหตุสมผลขึ้น ขณะที่กลุ่มขนาดเล็กอาจมีเงื่อนไขจำนวนขั้นต่ำและรูปแบบแผนที่ต่างออกไป หากองค์กรมีพนักงาน 5–49 คน อ่านแนวทางได้ที่ ประกันกลุ่ม 5–49 คน เลือกแผนอย่างไร
2. อายุและช่วงอายุของพนักงาน
อายุเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเสี่ยงด้านสุขภาพและชีวิต กลุ่มที่มีอายุเฉลี่ยสูงกว่ามักมีเบี้ยต่อคนสูงกว่ากลุ่มที่อายุน้อยกว่า
3. ลักษณะงานและชั้นอาชีพ
งานที่มีความเสี่ยงต่างกันส่งผลต่อเบี้ย เช่น งานสำนักงานกับงานที่ต้องใช้เครื่องจักรหรือทำงานภาคสนาม จะถูกจัดชั้นอาชีพต่างกัน
4. ความคุ้มครองที่เลือก
ยิ่งเลือกความคุ้มครองครอบคลุมมาก เบี้ยก็จะสูงขึ้นตาม ความคุ้มครองที่องค์กรมักพิจารณา ได้แก่ ประกันชีวิตและทุพพลภาพ ค่ารักษาผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) โรคร้ายแรง ทันตกรรม และสวัสดิการเสริมอื่น ๆ ดูความต่างของ IPD/OPD ได้ที่ ประกันสุขภาพกลุ่ม IPD/OPD ต่างกันอย่างไร
5. วงเงินความคุ้มครองที่กำหนด
วงเงินต่อความคุ้มครองแต่ละหมวด เช่น ค่าห้อง ค่ารักษา หรือทุนประกันชีวิต ยิ่งกำหนดสูง เบี้ยก็สูงตาม การปรับวงเงินให้เหมาะกับงบจึงเป็นวิธีบริหารเบี้ยที่องค์กรทำได้
6. ประวัติการเคลมเมื่อต่ออายุ
สำหรับปีต่ออายุ ประวัติการใช้สิทธิ์ของกลุ่มในปีที่ผ่านมาอาจถูกนำมาพิจารณาปรับเบี้ย ซึ่งเป็นแนวทางปกติของประกันกลุ่ม

เบี้ยประกันกลุ่มเริ่มต้นเท่าไหร่
คำถามนี้ตอบได้ครับ แม้เบี้ยจริงจะต้องคำนวณจากข้อมูลองค์กรของคุณ แต่การเห็นตัวอย่างระดับราคาก่อน จะช่วยให้ตั้งงบประมาณได้ถูกทาง และคุยกับผู้บริหารได้ง่ายขึ้นมาก
ตารางด้านล่างเรียงชุดความคุ้มครองจากน้อยไปมาก เพื่อให้เห็นว่าแต่ละระดับเพิ่มอะไรเข้ามาบ้าง ส่วนตัวเลขเบี้ยจริง ผมอ้างอิงจากใบเสนอราคาที่จัดทำให้องค์กรจริงในช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างประมาณ 340 ถึง 20,800 บาทต่อคนต่อปี ขึ้นกับชุดความคุ้มครองที่เลือก จำนวนพนักงาน อายุ เพศ และชั้นอาชีพ
| ชุดความคุ้มครอง | ได้อะไรบ้าง |
|---|---|
| ชุดที่ 1 ชีวิต | คุ้มครองชีวิต 100,000 บาท |
| ชุดที่ 2 + อุบัติเหตุ | เพิ่มอุบัติเหตุและทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง |
| ชุดที่ 3 + โรคร้ายแรง | เพิ่มความคุ้มครอง 40 โรคร้ายแรง 100,000 บาท |
| ชุดที่ 4 + ชดเชยรายได้ | เพิ่มเงินชดเชยรายวันที่นอนโรงพยาบาล |
| ชุดที่ 5 + นอนโรงพยาบาล | เพิ่มค่าห้องและค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน |
| ชุดที่ 6 + ผู้ป่วยนอก | เพิ่มค่ารักษาผู้ป่วยนอกต่อครั้ง |
| ชุดที่ 7 ครบวงจร | รวมค่ารักษาแบบนอนโรงพยาบาล ทันตกรรม และชดเชยรายวัน แต่ไม่มีผู้ป่วยนอก |
| ชุดที่ 8 เต็มรูปแบบ | รวมทุกความคุ้มครอง รวมผู้ป่วยนอก |
จากใบเสนอราคาจริงที่ผมจัดทำให้องค์กรต่าง ๆ ช่วงราคากว้างมาก ตั้งแต่ระดับหลักร้อยบาทสำหรับชุดที่คุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ ไปจนถึงหลักหมื่นต้น ๆสำหรับชุดเต็มรูปแบบที่รวมผู้ป่วยนอกและทันตกรรม ความต่างนี้ไม่ได้มาจากบริษัทประกัน แต่มาจากชุดความคุ้มครองที่องค์กรเลือกเอง ซึ่งเป็นข่าวดี เพราะแปลว่าปรับให้พอดีกับงบประมาณได้
ข้อสังเกตที่หลายองค์กรมองข้าม
ลองดูชุดที่ 6 กับชุดที่ 7 ให้ดี ชุดที่ 7 คุ้มครองมากกว่า เพราะมีทั้งทันตกรรมและเงินชดเชยรายวัน แต่กลับถูกกว่าชุดที่ 6 ประมาณ 300 บาทต่อคนต่อปี เหตุผลคือความคุ้มครองผู้ป่วยนอกเป็นตัวที่ดันเบี้ยขึ้นสูงที่สุดในบรรดาความคุ้มครองทั้งหมด
เวลาผมนั่งคุยกับฝ่ายบุคคล ผมจะถามก่อนเสมอว่าพนักงานส่วนใหญ่ใช้สิทธิแบบไหนบ่อยกว่ากัน ถ้าเป็นองค์กรที่พนักงานอายุยังน้อยและไม่ค่อยเจ็บป่วยเรื้อรัง การตัดผู้ป่วยนอกออกแล้วเอางบไปเพิ่มวงเงินค่ารักษาในโรงพยาบาลแทน มักคุ้มกว่าในระยะยาว
ทำไมโรงงานถึงจ่ายแพงกว่าออฟฟิศ
ชั้นอาชีพคือปัจจัยที่คนถามบ่อยที่สุด ตารางนี้เทียบเบี้ยต่อคนต่อปีของชุดเดียวกัน ระหว่างองค์กรที่พนักงานทำงานสำนักงานหรืองานบริการ ซึ่งอยู่ในชั้นอาชีพ 1 กับองค์กรที่มีงานผลิตในโรงงาน ซึ่งอยู่ในชั้นอาชีพ 2
รูปแบบที่เห็นซ้ำ ๆ จากใบเสนอราคาจริง
ชุดที่คุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุเป็นหลัก องค์กรที่มีงานผลิตหรืองานภาคสนามจะจ่ายสูงกว่างานสำนักงานอย่างเห็นได้ชัด แต่พอเป็นชุดที่รวมค่ารักษาพยาบาลแล้ว ส่วนต่างระหว่างสองแบบจะแคบลงมากจนแทบไม่ต่างกัน
สิ่งที่ตารางนี้บอกเราคือ ส่วนต่างของชั้นอาชีพเกิดขึ้นที่ความคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุเป็นหลัก เพราะเป็นส่วนที่ผูกกับความเสี่ยงจากลักษณะงานโดยตรง ส่วนค่ารักษาพยาบาลคิดจากสุขภาพและอายุมากกว่าลักษณะงาน
ในทางปฏิบัติแปลว่า ถ้าองค์กรของคุณมีงานภาคสนามหรืองานผลิต แล้วกังวลว่าเบี้ยจะแพงกว่าคนอื่นมาก ความจริงคือยิ่งแผนมีความคุ้มครองสุขภาพมาก ส่วนต่างจากชั้นอาชีพยิ่งเล็กลงจนแทบไม่ต่างกัน
ลองประเมินงบขององค์กรคุณคร่าว ๆ
วิธีที่เร็วที่สุดคือเอาเบี้ยต่อคนต่อปีคูณจำนวนพนักงาน แล้วหารสิบสองเพื่อดูเป็นภาระต่อเดือน ตัวอย่างเช่นบริษัทที่มีพนักงาน 20 คน เลือกชุดที่ 5 ซึ่งครอบคลุมชีวิตและค่ารักษาแบบนอนโรงพยาบาล
ตัวอย่างจริง องค์กร 13 คน เลือกชุดเต็มรูปแบบ รวมผู้ป่วยนอก
เบี้ยต่อคนต่อปี
11,200
บาท ต่อพนักงาน 1 คน
เบี้ยรวมทั้งองค์กร
145,000
บาท ต่อปี
คิดเป็นภาระต่อเดือน
12,100
บาท ต่อเดือน
ตัวเลขปัดจากใบเสนอราคาที่จัดทำจริงในเดือนสิงหาคม 2569 คำนวณจากเบี้ยต่อคนต่อปีคูณจำนวนพนักงาน แล้วหารสิบสองเพื่อดูเป็นภาระรายเดือน
ตัวเลขระดับนี้มักทำให้ผู้บริหารตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะเห็นภาพว่าสวัสดิการที่ดูเป็นเรื่องใหญ่ จริง ๆ แล้วเทียบได้กับค่าใช้จ่ายประจำรายการหนึ่งของบริษัทเท่านั้น
อยากรู้เบี้ยจริงขององค์กรคุณ ใช้เวลาเตรียมข้อมูลไม่ถึงสิบนาที
วิธีประเมินงบประมาณเบี้ยก่อนขอใบเสนอราคา
ก่อนขอใบเสนอราคา องค์กรสามารถตั้งกรอบงบคร่าว ๆ ได้จากการกำหนดงบสวัสดิการต่อคนต่อปีที่รับได้ แล้วให้ทีมงานช่วยออกแบบแผนความคุ้มครองให้อยู่ในกรอบนั้น วิธีนี้ช่วยให้เลือกแผนได้ตรงงบมากกว่าการดูราคาอย่างเดียว การเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่แรกยังช่วยให้ได้ใบเสนอราคาที่เร็วและตรงจริง ดูรายการที่ควรเตรียมได้ที่ เตรียมข้อมูลอะไรบ้าง ก่อนขอใบเสนอราคาประกันกลุ่ม

เบี้ยประกันกลุ่มกับภาษีของบริษัท
อีกมุมที่ควรพิจารณาคู่กับราคา คือเบี้ยประกันกลุ่มที่บริษัทจ่ายให้พนักงานอาจเกี่ยวข้องกับการบันทึกค่าใช้จ่ายและภาษี ซึ่งมีเงื่อนไขที่ควรตรวจสอบ อ่านเพิ่มได้ที่ เบี้ยประกันกลุ่มเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ไหม
ข้อควรระวังเรื่องราคา
การเลือกแผนที่เบี้ยต่ำที่สุดอาจมาพร้อมวงเงินหรือความคุ้มครองที่จำกัด ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์เมื่อพนักงานต้องใช้สิทธิ์จริง การเปรียบเทียบจึงควรดูทั้งเบี้ยและความคุ้มครองควบคู่กัน ไม่ใช่ดูราคาเพียงอย่างเดียว

สรุป: ราคาประกันกลุ่มขึ้นอยู่กับองค์กรของคุณ
เบี้ยประกันกลุ่มไม่มีราคาเดียวที่ใช้ได้กับทุกองค์กร แต่คำนวณจากจำนวนพนักงาน อายุ ลักษณะงาน ความคุ้มครอง และวงเงินที่เลือก การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้องค์กรออกแบบแผนให้พอดีกับงบ และวิธีรู้ราคาจริงที่แม่นยำที่สุดคือขอใบเสนอราคาเพื่อให้ทีมงานประเมินตามข้อมูลจริง
คำถามที่พบบ่อย: ราคาและเบี้ยประกันกลุ่ม
ประกันกลุ่มพนักงาน 5 คน เบี้ยเท่าไหร่
ขึ้นอยู่กับอายุ ลักษณะงาน และความคุ้มครองที่เลือกของทั้ง 5 คน จึงไม่มีเบี้ยตายตัว วิธีที่แม่นยำคือแจ้งข้อมูลเพื่อขอใบเสนอราคา ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย
เบี้ยประกันกลุ่มจ่ายรายปีหรือรายเดือน
โดยทั่วไปประกันกลุ่มคิดเบี้ยเป็นรายปี ทั้งนี้รูปแบบการชำระอาจแตกต่างตามเงื่อนไขของแผนและข้อตกลงกับบริษัท
เบี้ยประกันกลุ่มขึ้นทุกปีไหม
เบี้ยปีต่ออายุอาจปรับตามอายุพนักงานที่เพิ่มขึ้นและประวัติการเคลมของกลุ่ม ทั้งนี้เป็นไปตามการพิจารณาของบริษัท
บริษัทเล็กเบี้ยต่อคนแพงกว่าบริษัทใหญ่ไหม
กลุ่มขนาดเล็กมีการกระจายความเสี่ยงน้อยกว่า และอาจมีเงื่อนไขแผนต่างจากองค์กรขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม บริษัทเล็กก็มีแผนที่ออกแบบมาให้เหมาะกับงบประมาณได้
ขอใบเสนอราคามีค่าใช้จ่ายไหม
ไม่มีค่าใช้จ่าย องค์กรสามารถแจ้งข้อมูลเพื่อรับใบเสนอราคาและปรับแผนให้เหมาะกับงบได้ก่อนตัดสินใจ
หมายเหตุและแหล่งอ้างอิง
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับปัจจัยที่ใช้พิจารณาเบี้ยประกันกลุ่ม มิใช่การเสนอราคาหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล เบี้ยและความคุ้มครองที่แท้จริงเป็นไปตามแผนที่เลือกและการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท
เว็บไซต์นี้ดำเนินการโดยตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. มิใช่เว็บไซต์ทางการของบริษัท เอไอเอ จำกัด
อยากรู้เบี้ยประกันกลุ่มที่เหมาะกับองค์กรของคุณ?
ให้ทีมที่ปรึกษาช่วยประเมินและออกแบบแผนให้เหมาะกับจำนวนพนักงาน งบประมาณ และลักษณะธุรกิจ พร้อมรับใบเสนอราคาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
