แผนประกันกลุ่มตามขนาดองค์กร

ออกแบบแผนประกันกลุ่มแยกตามระดับตำแหน่ง สำหรับองค์กรหลักร้อยคน

พอองค์กรมีพนักงานหลักร้อย การให้ทุกคนได้เท่ากันเริ่มไม่ตอบโจทย์ แต่การแยกแผนมากเกินไปก็สร้างปัญหาอีกแบบ บทความนี้ว่าด้วย วิธีวางโครงสร้างแผนที่ใช้ได้จริงทั้งปี ไม่ใช่แค่วันที่เซ็นสัญญา

ในบทความนี้คุณจะได้รู้

  • ควรแบ่งกี่ระดับ และแบ่งด้วยเกณฑ์อะไรถึงจะอธิบายพนักงานได้
  • กับดักที่พบบ่อยที่สุด คือออกแบบแผนบนสุดให้ดีเกินไป
  • กฎเรื่องคู่สมรสและบุตรที่ต้องคิดไปพร้อมกัน
  • ทำไมต้องออกแบบเผื่อตำแหน่งที่ยังไม่มีในองค์กร
  • รายการไหนที่ขยับแล้วกระทบเบี้ยมากที่สุด

โครงสร้างแผนที่เลือกในวันแรก จะอยู่กับองค์กรไปทั้งปีกรมธรรม์ เพราะการเพิ่มหรือแยกแผนใหม่ระหว่างปีทำไม่ได้

นั่นแปลว่าการออกแบบแผนไม่ใช่งานที่ทำเสร็จในที่ประชุมครั้งเดียว และไม่ควรออกแบบจากรายชื่อพนักงานชุดปัจจุบันอย่างเดียว บทความนี้รวบรวมสิ่งที่มักถูกมองข้ามตอนวางโครงสร้าง โดยเฉพาะในองค์กรที่มีพนักงานหลักร้อยคนซึ่งมีตำแหน่งหลากหลาย

หากยังไม่เคยเห็นตัวอย่างการแบ่งแผนมาก่อน ดูแบบพื้นฐานได้ที่ การจัดแผนตามระดับตำแหน่ง

คำตอบสั้น ๆ: องค์กรหลักร้อยส่วนใหญ่ใช้ สามถึงสี่ระดับก็เพียงพอ แบ่งตามระดับตำแหน่งที่องค์กรใช้อยู่จริงในโครงสร้างค่าตอบแทน ไม่ใช่แบ่งตามแผนก และควรออกแบบโดยดูสองเรื่องคู่กันเสมอ คือ ความเหมาะสมกับตำแหน่ง และ ผลที่ตามมาเรื่องการแถลงสุขภาพ

ควรแบ่งกี่ระดับ และใช้เกณฑ์อะไรแบ่ง

คำถามแรกที่ควรตอบไม่ใช่ “แบ่งได้กี่แผน” แต่คือ องค์กรอธิบายการแบ่งนี้ให้พนักงานฟังได้หรือไม่

เกณฑ์ที่อธิบายได้ง่ายที่สุดคือ ระดับตำแหน่งที่องค์กรใช้อยู่แล้วในโครงสร้างค่าตอบแทน เพราะเป็นเกณฑ์ที่พนักงานคุ้นเคยและยอมรับอยู่แล้ว ไม่ต้องอธิบายใหม่

  • แบ่งตามระดับตำแหน่ง เช่น ระดับปฏิบัติการ ระดับหัวหน้างาน ระดับผู้จัดการ ระดับผู้บริหาร ใช้ได้ดีที่สุด
  • แบ่งตามอายุงาน ใช้ได้ แต่ต้องอธิบายเพิ่มว่าทำไมคนเข้าใหม่ได้น้อยกว่า และต้องมีระบบเลื่อนแผนที่ชัดเจน
  • แบ่งตามแผนก มักสร้างปัญหา เพราะพนักงานระดับเดียวกันคนละแผนกจะเทียบกันทันที
จำนวนระดับที่แบ่งได้ ขึ้นกับแบบประกันที่เลือกและขนาดองค์กร ซึ่งมีเกณฑ์ของบริษัทกำกับอยู่ ควรถามให้ชัดก่อนวางโครงสร้าง เพราะถ้าวางไว้แล้วเกินเกณฑ์ ต้องยุบรวมใหม่และกลับไปอธิบายพนักงานซ้ำ
โครงสร้างแผนประกันกลุ่มแบ่งตามระดับตำแหน่งขององค์กรหลักร้อยคน

กับดักที่พบบ่อยที่สุด คือออกแบบแผนบนสุดให้ดีเกินไป

เวลาวางโครงสร้าง องค์กรมักเริ่มจากแผนผู้บริหาร แล้วตั้งทุนประกันชีวิตไว้สูง ๆ ด้วยความตั้งใจดี ซึ่งดูสมเหตุสมผลจนกว่าจะถึงขั้นตอนทำเอกสาร

เหตุผลคือ บริษัทกำหนด ระดับทุนประกันชีวิตที่ไม่ต้องแสดงหลักฐานสุขภาพ ไว้สำหรับแต่ละกลุ่ม ถ้าทุนประกันของแผนใดสูงเกินระดับนั้น สมาชิกในแผนนั้น อาจต้องกรอกใบแถลงสุขภาพหรือผ่านการตรวจสุขภาพ และถ้าสูงขึ้นไปอีกอาจต้องตรวจเพิ่มเติม

ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติ: คนที่ต้องแถลงสุขภาพคือกลุ่มผู้บริหาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตามเอกสารยากที่สุดและเวลาน้อยที่สุด โครงการที่ควรจบในสองสัปดาห์จึงยืดออกไปเป็นเดือน

ทางออกไม่ใช่การลดสวัสดิการผู้บริหาร แต่คือ ถามระดับที่ไม่ต้องแสดงหลักฐานสุขภาพของกลุ่มตัวเองก่อน แล้วค่อยเคาะทุนประกัน ถ้าวางให้อยู่ในระดับนั้นพอดี ทั้งองค์กรจะไม่มีใครต้องแถลงสุขภาพเลย ซึ่งตัดขั้นตอนที่ทำโครงการล่าช้าออกไปทั้งก้อน

หากผู้บริหารต้องการความคุ้มครองชีวิตสูงกว่านั้นจริง ๆ ทางที่เรียบร้อยกว่าคือแยกไปพิจารณาเป็นกรมธรรม์รายบุคคลต่างหาก ไม่ผูกไว้กับโครงสร้างกลุ่มทั้งองค์กร

วงเงินระหว่างแผนควรห่างกันแค่ไหน

หลักคิดง่าย ๆ คือ ห่างพอให้รู้สึกว่าต่างกัน แต่ไม่ห่างจนกลายเป็นคนละสวัสดิการ

ถ้าวงเงินระหว่างแผนใกล้กันเกินไป พนักงานจะไม่รู้สึกถึงความต่าง และองค์กรก็เสียประโยชน์จากการแบ่งระดับ แต่ถ้าห่างกันมากเกินไป จะเกิดสองปัญหาพร้อมกัน คือแผนล่างดูด้อยจนกระทบขวัญกำลังใจ และแผนบนอาจทะลุเกณฑ์ที่ทำให้ต้องแถลงสุขภาพตามที่อธิบายไว้ข้างต้น

ข้อควรทราบ: บางแบบประกันมีเกณฑ์กำกับไว้ว่าวงเงินระหว่างแผนต้องไม่ห่างกันเกินกว่าที่บริษัทกำหนด ควรตรวจสอบกับผู้จัดทำข้อเสนอตอนออกแบบ อย่าเพิ่งไปเคาะกับผู้บริหารก่อน

ในทางปฏิบัติ การไล่ระดับขึ้นแบบสม่ำเสมอทีละขั้น ใช้งานได้ดีกว่าการกระโดดข้ามขั้นระหว่างแผนกลางกับแผนบน

กฎการจัดแผนของคู่สมรสและบุตรที่ต้องอยู่ระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าพนักงาน

ถ้าจะคุ้มครองคู่สมรสและบุตรด้วย ต้องคิดไปพร้อมกันตั้งแต่ต้น

องค์กรจำนวนมากออกแบบแผนพนักงานจนเสร็จ แล้วค่อยมาคิดเรื่องครอบครัวทีหลัง ซึ่งทำให้ต้องรื้อโครงสร้างใหม่

  • คู่สมรสและบุตรต้องอยู่แผนเดียวกับพนักงานหรือแผนที่ต่ำกว่า จะให้ครอบครัวได้มากกว่าตัวพนักงานเองไม่ได้
  • ถ้าจะทำ ต้องทำทุกคนที่มีคุณสมบัติ เลือกเฉพาะบางครอบครัวไม่ได้
  • ความคุ้มครองครอบคลุมคู่สมรสและบุตรตามเกณฑ์อายุที่บริษัทกำหนด ไม่ได้ครอบคลุมทุกคนที่อยู่ในความดูแลของพนักงาน

วิธีที่องค์กรหลักร้อยใช้กันบ่อยและคุมงบได้ดี คือ ให้ครอบครัวทุกระดับอยู่แผนเริ่มต้นเหมือนกันหมด ส่วนตัวพนักงานค่อยไล่ระดับตามตำแหน่ง วิธีนี้อธิบายง่าย เป็นธรรมกับทุกครอบครัว และไม่ทำให้จำนวนสมาชิกในแผนบนบานปลาย

รายละเอียดเรื่องการคุ้มครองผู้ติดตาม อ่านได้ที่ ประกันกลุ่มคุ้มครองคู่สมรสและบุตรได้แค่ไหน

ต้องออกแบบเผื่อตำแหน่งที่ยังไม่มีในองค์กร

นี่คือจุดที่แยกโครงสร้างที่ใช้ได้ทั้งปี ออกจากโครงสร้างที่ต้องมานั่งแก้ในเดือนที่สาม

ระหว่างปีกรมธรรม์ องค์กร เพิ่มพนักงานใหม่ได้ตามปกติ โดยคิดเบี้ยตามระยะเวลาคุ้มครองที่เหลือ แต่ เพิ่มแผนใหม่หรือแยกแผนเพิ่มเติมไม่ได้ ต้องรอรอบต่ออายุ

ผลคือ พนักงานใหม่ที่เข้ามาระหว่างปีจะถูก จัดเข้าแผนที่มีอยู่แล้วตามตำแหน่ง ถ้าองค์กรรับตำแหน่งที่ไม่มีอยู่ในโครงสร้างเดิม เช่น เปิดสายงานใหม่หรือรับผู้บริหารระดับที่ยังไม่เคยมี จะต้องเอาคนนั้นไปฝากไว้ในแผนที่ใกล้เคียงที่สุด ซึ่งมักไม่ตรงกับที่ตกลงตอนจ้าง

เวลาวางโครงสร้าง จึงควรถามฝ่ายบุคคลสองคำถามเพิ่ม คือ ปีนี้มีแผนจะเปิดตำแหน่งใหม่ระดับไหนบ้าง และ มีใครที่กำลังจะเลื่อนระดับในรอบปีนี้ แล้วเผื่อช่องไว้ตั้งแต่ต้น

การออกแบบโครงสร้างแผนประกันกลุ่มเผื่อตำแหน่งที่จะรับเพิ่มในอนาคต

รายการไหนที่ขยับแล้วกระทบเบี้ยมากที่สุด

เวลาต้องปรับโครงสร้างให้เข้ากรอบงบ การรู้ว่ารายการไหนอ่อนไหวที่สุด ช่วยให้ปรับได้ตรงจุดโดยไม่ต้องลดทุกอย่างลงเท่า ๆ กัน

  • ค่ารักษาแบบผู้ป่วยนอก เป็นรายการที่มีผลต่อเบี้ยมากที่สุดเกือบทุกครั้ง เพราะเป็นความคุ้มครองที่ถูกใช้บ่อยที่สุด การขยับวงเงินต่อครั้งจึงเห็นผลชัด
  • ค่าทันตกรรม รองลงมา ด้วยเหตุผลเดียวกันคือใช้บ่อยและใช้กันเกือบทุกคน
  • ค่าห้องและค่าอาหารต่อวัน มีผลปานกลาง และเป็นรายการที่พนักงานรู้สึกถึงความต่างระหว่างแผนมากที่สุด จึงควรระวังเวลาลด
  • ทุนประกันชีวิตและโรคร้ายแรง มีผลน้อยกว่าส่วนสุขภาพ แต่กระทบเรื่องการแถลงสุขภาพตามที่อธิบายไว้ข้างต้น
ข้อควรทราบ: บางแบบประกันปรับได้เฉพาะวงเงินต่อครั้ง ส่วนจำนวนครั้งต่อปีเป็นโครงสร้างคงที่ ควรถามให้ชัดว่าแบบที่เลือกปรับอะไรได้บ้าง ก่อนไปเสนอทางเลือกให้ผู้บริหาร

อยากเห็นโครงสร้างแผนหลายแบบเทียบกันก่อนเคาะ

ให้ช่วยจัดมาเทียบให้

เช็กลิสต์ก่อนเคาะโครงสร้างแผน

  • ใช้ระดับตำแหน่งที่องค์กรมีอยู่แล้วเป็นเกณฑ์แบ่ง ไม่สร้างเกณฑ์ใหม่
  • ถามระดับทุนประกันชีวิตที่ไม่ต้องแสดงหลักฐานสุขภาพ ก่อน เคาะทุนประกันของแผนบน
  • ตรวจว่าจำนวนระดับที่วางไว้อยู่ในเกณฑ์ที่แบบประกันนั้นรองรับ
  • ตัดสินใจเรื่องคู่สมรสและบุตรไปพร้อมกัน ไม่แยกคิดทีหลัง
  • เผื่อช่องสำหรับตำแหน่งใหม่และคนที่จะเลื่อนระดับในรอบปีนี้
  • เตรียมคำอธิบายสั้น ๆ ว่าทำไมแบ่งแบบนี้ ไว้สื่อสารกับพนักงานวันประกาศ
สำหรับองค์กรที่เป็นลูกค้าของคุณธชรัฐ หากพนักงานติดขัดเรื่องการยื่นเคลมหรือถูกขอเอกสารเพิ่ม สามารถแจ้งเข้ามาเพื่อให้ช่วยประสานงานและตรวจความครบถ้วนของเอกสารได้ โดยผลการพิจารณายังเป็นอำนาจของบริษัทตามเงื่อนไขกรมธรรม์

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานเลื่อนตำแหน่งระหว่างปี ย้ายแผนได้ไหม

เป็นเรื่องที่ต้องตกลงกับผู้จัดทำข้อเสนอตั้งแต่ตอนวางโครงสร้าง เพราะแต่ละองค์กรกำหนดจังหวะการย้ายแผนไม่เหมือนกัน บางแห่งย้ายให้ในรอบต่ออายุถัดไปเพื่อให้จัดการง่าย ควรเขียนไว้ในระเบียบภายในให้ชัดตั้งแต่วันแรก จะได้ไม่ต้องตัดสินเป็นราย ๆ ทีหลัง

แบ่งสี่ระดับ กับแบ่งสองระดับแล้วเพิ่มสวัสดิการอื่นให้ผู้บริหาร แบบไหนดีกว่า

ขึ้นกับว่าองค์กรอยากให้ความต่างอยู่ในสวัสดิการสุขภาพหรือไม่ การแบ่งน้อยระดับทำให้จัดการง่ายและสื่อสารง่าย ส่วนความต่างสำหรับผู้บริหารจะไปอยู่ในรูปอื่นแทน ทั้งสองแบบใช้ได้ ขอเพียงอธิบายเหตุผลกับพนักงานได้

ให้ทุกคนได้เท่ากันทั้งองค์กรไปเลย ดีไหม

เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับองค์กรที่วัฒนธรรมเน้นความเท่าเทียม และช่วยให้การสื่อสารง่ายที่สุด ข้อควรคิดคือวงเงินที่เท่ากันทั้งองค์กรมักต้องตั้งไว้ระดับกลาง ๆ ซึ่งอาจไม่พอสำหรับบางตำแหน่ง และมากเกินจำเป็นสำหรับบางกลุ่ม ควรชั่งน้ำหนักกับงบที่มี

องค์กรมีพนักงานต่างชาติด้วย ต้องจัดแผนแยกไหม

โดยทั่วไปจัดตามระดับตำแหน่งเหมือนพนักงานไทย ไม่ได้แยกด้วยสัญชาติ แต่มีเอกสารประกอบเพิ่มเติมที่ต้องเตรียม ควรแจ้งจำนวนพนักงานต่างชาติตั้งแต่ตอนขอใบเสนอราคา จะได้เตรียมเอกสารได้ครบในรอบเดียว

โครงสร้างที่วางไว้ปีนี้ ปีหน้าเปลี่ยนได้ไหม

เปลี่ยนได้ในรอบต่ออายุ ซึ่งเป็นจังหวะที่ควรทบทวนอยู่แล้ว โดยดูจากข้อมูลการใช้สิทธิจริงของปีที่ผ่านมาว่ารายการไหนใช้เต็มวงเงินบ่อย และรายการไหนแทบไม่ถูกใช้เลย

หมายเหตุและแหล่งอ้างอิง

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับผู้บริหารและฝ่ายบุคคล มิใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล จำนวนแผนที่แบ่งได้ ระดับทุนประกันที่ไม่ต้องแสดงหลักฐานสุขภาพ ความคุ้มครอง วงเงิน และเบี้ยประกัน เป็นไปตามแผนที่เลือก เงื่อนไขกรมธรรม์ และการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) oic.or.th
  • บริษัท เอไอเอ จำกัด aia.co.th

เว็บไซต์นี้ดำเนินการโดยตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. มิใช่เว็บไซต์ทางการของบริษัท เอไอเอ จำกัด

ให้ช่วยวางโครงสร้างแผนให้องค์กรของคุณ

ส่งโครงสร้างตำแหน่งและจำนวนพนักงานแต่ละระดับเข้ามา แล้วให้ช่วยจัดโครงสร้างแผนมาเทียบให้ดูหลายแบบ พร้อมชี้จุดที่มักทำให้โครงการล่าช้า โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนนี้

องค์กรตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่มีความคุ้มครองเดิมอยู่แล้ว ดูแนวทางออกแบบแผนเฉพาะองค์กรได้ที่ ประกันกลุ่มแบบ Non-Package สำหรับองค์กร 50 คนขึ้นไป

ธชรัฐ เดชนาเกร็ด ตัวแทนประกันชีวิต AIA ผู้เขียนบทความประกันกลุ่ม

เขียนโดย ธชรัฐ เดชนาเกร็ด

ตัวแทนประกันชีวิต AIA ที่ปรึกษาด้านประกันกลุ่มสำหรับองค์กร ดูแลการวางสวัสดิการพนักงานให้ธุรกิจ SME และองค์กรขนาดกลาง ตั้งแต่ประเมินความต้องการ ออกแบบความคุ้มครองให้เหมาะกับงบประมาณ จนถึงการดูแลต่อเนื่องหลังทำกรมธรรม์ · ใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต คปภ. เลขที่ 6101091799

·

ดูประวัติและคุณสมบัติผู้เขียน →