ข้อดีและข้อเสียของประกันกลุ่ม ที่นายจ้างควรรู้ก่อนตัดสินใจ
บทความเรื่องข้อดีข้อเสียของประกันกลุ่มส่วนใหญ่เขียนให้พนักงานอ่าน ว่าสวัสดิการที่บริษัทให้มาพอหรือไม่ บทความนี้เขียนจากอีกฝั่ง คือ ฝั่งบริษัทที่ต้องตัดสินใจจ่ายเบี้ย และต้องตอบคำถามพนักงานต่อจากนั้น
ในบทความนี้คุณจะได้รู้
- ข้อดี 6 ข้อที่องค์กรได้จริง ไม่ใช่แค่พนักงาน
- ข้อจำกัด 6 ข้อที่ควรรู้ก่อนลงนาม เขียนไว้ตรง ๆ
- ข้อจำกัดข้อไหนจัดการได้ และจัดการอย่างไร
- องค์กรแบบไหนเหมาะ แบบไหนควรรอก่อน
- คำถามที่ฝ่ายบุคคลถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจ
ประกันกลุ่มไม่ได้ดีกับทุกองค์กรเท่ากัน และไม่ได้มีแต่ข้อดี การรู้ข้อจำกัดตั้งแต่ก่อนลงนาม ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีกว่าการรู้ทีหลังจากคำถามของพนักงาน
ผมคุยกับฝ่ายบุคคลหลายองค์กรในช่วงขอใบเสนอราคา คำถามที่วนกลับมาบ่อยไม่ใช่ว่าแผนไหนดีที่สุด แต่เป็นว่า ทำแล้วมีอะไรที่ต้องรับมือบ้าง เช่น พนักงานต้องตรวจสุขภาพไหม พนักงานเข้าออกระหว่างปีทำอย่างไร ไปโรงพยาบาลแล้วต้องสำรองจ่ายหรือเปล่า บทความนี้จึงเรียงทั้งสองด้านไว้ให้เห็นพร้อมกัน
หากยังไม่คุ้นกับพื้นฐาน อ่านก่อนได้ที่ ประกันกลุ่มคืออะไร
ข้อดีของประกันกลุ่ม ในมุมของนายจ้าง
ข้อดีที่พูดกันบ่อยคือพนักงานได้สวัสดิการ แต่ในมุมขององค์กร ประโยชน์ที่ใช้ตัดสินใจได้จริงมีมากกว่านั้น
- รู้ค่าใช้จ่ายทั้งปีตั้งแต่ต้นปี เบี้ยประกันเป็นตัวเลขที่ทราบก่อนเริ่มความคุ้มครอง วางงบประมาณได้แน่นอนกว่าการรอดูว่าปีนี้พนักงานจะเจ็บป่วยมากน้อยแค่ไหน
- ไม่ต้องรับเคสค่ารักษาสูงเอง เมื่อพนักงานผ่าตัดใหญ่หรือนอนโรงพยาบาลนาน บริษัทประกันเป็นผู้รับผิดชอบภายในวงเงินตามกรมธรรม์ องค์กรไม่ต้องดึงงบส่วนอื่นมาชดเชย
- รวมหลายความคุ้มครองไว้ในแผนเดียว ทั้งค่ารักษาพยาบาล ประกันชีวิต อุบัติเหตุ และโรคร้ายแรง เลือกประกอบได้ตามงบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบเบิกจ่ายเองให้ไม่ได้ เพราะไม่มีใบเสร็จให้เบิกในกรณีเสียชีวิต
- ใช้สิทธิที่โรงพยาบาลเครือข่ายได้ ช่วยลดภาระการสำรองจ่ายของพนักงานได้มากในหลายกรณี และลดงานตรวจใบเสร็จของฝ่ายบุคคล
- อาจนำมาพิจารณาเป็นรายจ่ายของกิจการได้ หากเป็นสวัสดิการที่จัดให้พนักงานและเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ควรให้ผู้ทำบัญชีขององค์กรตรวจสอบประกอบ อ่านเพิ่มที่ เบี้ยประกันกลุ่มกับค่าใช้จ่ายบริษัท
- ช่วยเรื่องการรักษาและดึงดูดพนักงาน โดยเฉพาะตำแหน่งที่ผู้สมัครเทียบสวัสดิการระหว่างหลายบริษัท อ่านเพิ่มที่ ประกันกลุ่มช่วยรักษาพนักงานได้อย่างไร

ข้อเสียและข้อจำกัดของประกันกลุ่ม ที่ควรรู้ก่อนลงนาม
ส่วนนี้สำคัญกว่าข้อดี เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้องค์กรรู้สึกว่า “ไม่เหมือนที่คิดไว้” ถ้าไม่ได้รู้ล่วงหน้า
- ต้องให้พนักงานที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมทุกคน เลือกทำให้เฉพาะบางคนไม่ได้ ถ้าจะรวมคู่สมรสหรือบุตร ก็ต้องรวมทุกคนที่มีคุณสมบัติเช่นกัน เพราะประกันกลุ่มคำนวณจากการเฉลี่ยความเสี่ยงของทั้งกลุ่ม
- มีวงเงินรายรายการและข้อยกเว้น กรมธรรม์แยกเพดานเป็นรายการ เช่น ค่าห้องต่อวัน ค่าผ่าตัด และมีบางรายการที่ไม่อยู่ในความคุ้มครอง ค่ารักษาที่เกินวงเงินเป็นส่วนที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง
- มีเงื่อนไขเรื่องโรคที่เป็นมาก่อนและระยะเวลารอคอย บางความคุ้มครองไม่ได้เริ่มเต็มที่ในวันแรก ช่วงปีแรกของกรมธรรม์จึงมีโอกาสถูกขอตรวจสอบประวัติการรักษามากกว่าปีถัดไป
- สิทธิผูกกับการเป็นพนักงาน เมื่อพนักงานลาออก ความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์กลุ่มของบริษัทสิ้นสุดลงตามเงื่อนไข พนักงานที่ต้องการความคุ้มครองต่อเนื่องต้องวางแผนเอง
- เบี้ยปีต่ออายุขึ้นกับประวัติการเคลมของทั้งกลุ่ม ปีที่มีการเคลมสูง เบี้ยปีถัดไปอาจปรับขึ้น ส่วนปีที่ไม่มีใครเคลม เบี้ยที่จ่ายไปแล้วไม่ได้คืน
- ต้องรักษาจำนวนสมาชิกให้อยู่ในเกณฑ์ ทั้งปีแรกและปีต่ออายุ องค์กรขนาดเล็กที่มีพนักงานลาออกพร้อมกันหลายคน ควรรู้เกณฑ์นี้ไว้ล่วงหน้า อ่านเพิ่มที่ ประกันกลุ่มต้องมีพนักงานกี่คน
รายละเอียดเรื่องข้อยกเว้นและระยะเวลารอคอย อ่านต่อได้ที่ ระยะเวลารอคอยและข้อยกเว้นในประกันกลุ่ม

สรุปข้อดีและข้อเสียของประกันกลุ่ม แบบวางเทียบกัน
| ประเด็น | ข้อดี | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| งบประมาณ | รู้เบี้ยทั้งปีตั้งแต่ต้นปี | ปีต่ออายุอาจปรับตามประวัติการเคลม |
| เคสค่ารักษาสูง | บริษัทประกันรับภายในวงเงิน | ส่วนที่เกินวงเงินผู้เอาประกันภัยรับเอง |
| ผู้เข้าร่วม | ดูแลพนักงานทั้งองค์กรในแผนเดียว | เลือกเฉพาะบางคนไม่ได้ |
| การใช้สิทธิ | ใช้ที่โรงพยาบาลเครือข่ายได้ | บางกรณียังต้องสำรองจ่าย |
| ความยืดหยุ่น | แยกแผนตามระดับตำแหน่งได้ | ปรับโครงสร้างแผนได้ในรอบต่ออายุ |
| พนักงานลาออก | แจ้งลดสมาชิกได้ตามเงื่อนไขของแผน | ความคุ้มครองของคนนั้นสิ้นสุดลง |
ข้อจำกัดข้อไหนจัดการได้ และจัดการอย่างไร
ข้อจำกัดส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเหตุผลให้ไม่ทำ แต่เป็นสิ่งที่ต้องวางแผนรับไว้ก่อน จากที่เห็นในการทำงานจริง วิธีที่ใช้ได้ผลมีดังนี้
- วงเงินไม่พอสำหรับบางตำแหน่ง แยกแผนตามระดับตำแหน่ง ให้ผู้บริหารหรือกลุ่มที่ต้องการวงเงินสูงได้แผนที่ต่างออกไป อ่านเพิ่มที่ ออกแบบแผนประกันกลุ่มแยกตามระดับตำแหน่ง
- พนักงานกังวลเรื่องส่วนเกินวงเงิน พนักงานทำประกันสุขภาพส่วนตัวเพิ่มเองได้ หรือองค์กรเก็บงบก้อนเล็กไว้ช่วยส่วนต่างบางรายการ
- เบี้ยปีต่ออายุ ดูแลเรื่องการใช้สิทธิให้เหมาะสม และขอดูรายงานการเคลมก่อนถึงรอบต่ออายุ เพื่อมีเวลาปรับแผน อ่านเพิ่มที่ ต่ออายุประกันกลุ่มต้องเตรียมอะไร
- ปีแรกถูกขอตรวจสอบประวัติ สื่อสารกับพนักงานตั้งแต่วันเริ่มความคุ้มครอง ว่าอาจถูกขอให้สำรองจ่ายก่อนในบางกรณี ดีกว่าให้ไปรู้ที่หน้าเคาน์เตอร์โรงพยาบาล
- พนักงานใหม่และพนักงานลาออก ตั้งรอบแจ้งเพิ่มและลดสมาชิกให้เป็นงานประจำของฝ่ายบุคคล อ่านเพิ่มที่ งานของฝ่ายบุคคลหลังทำประกันกลุ่ม
องค์กรแบบไหนเหมาะกับประกันกลุ่ม แบบไหนควรรอก่อน
เหมาะกับองค์กรที่
- อยากให้ค่าใช้จ่ายสวัสดิการเป็นตัวเลขคงที่ที่วางแผนได้
- เคยมีปีที่เคสหนักรายเดียวทำให้งบสวัสดิการเสียรูป
- อยากให้พนักงานได้ความคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุด้วย ไม่ใช่แค่ค่ารักษา
- มีพนักงานประจำที่ค่อนข้างคงที่ และพร้อมให้ทุกคนเข้าร่วม
ควรรอหรือพิจารณาให้ละเอียดก่อน ถ้า
- ตั้งใจจะให้สวัสดิการเฉพาะบางตำแหน่ง ไม่ใช่ทั้งองค์กร
- พนักงานเข้าออกบ่อยมากจนจำนวนสมาชิกไม่นิ่ง
- ยอดเบิกค่ารักษาที่จ่ายเองต่ำและนิ่งมาหลายปี ซึ่งการจ่ายเองอาจยังคุ้มกว่า อ่านการเทียบเต็มได้ที่ บริษัทจ่ายค่ารักษาพยาบาลพนักงานเอง ควรเปลี่ยนเป็นประกันกลุ่มไหม
- เคยมีกรมธรรม์กลุ่มที่ถูกยกเลิกหรือไม่ได้ต่ออายุ ควรแจ้งประวัตินี้ตั้งแต่แรก เพราะมีผลต่อการพิจารณารับประกันภัย

ก่อนขอใบเสนอราคา ควรตอบ 4 ข้อนี้ให้ได้
คำถามเหล่านี้ช่วยให้ใบเสนอราคาที่ได้กลับมาใกล้กับการใช้งานจริง และลดการแก้ไขไปมาหลายรอบ
- องค์กรเคยมีประกันกลุ่มมาก่อนไหม ถ้าเคย ควรเตรียมตารางผลประโยชน์เดิมและประวัติการเคลมไว้ อ่านเพิ่มที่ ประวัติการเคลมประกันกลุ่มเดิม ขออย่างไร
- จะดูแลถึงครอบครัวหรือไม่ ถ้ารวมคู่สมรสและบุตร ต้องรวมทุกคนที่มีคุณสมบัติ อ่านเพิ่มที่ ประกันกลุ่มคุ้มครองคู่สมรสและบุตรได้แค่ไหน
- จะแยกแผนตามระดับตำแหน่งไหม เช่น ระดับหัวหน้างานขึ้นไปกับพนักงานทั่วไป
- ข้อมูลสมาชิกพร้อมหรือยัง อย่างน้อยคือเพศ อายุรายคน และลักษณะงาน
อยากรู้ว่าข้อจำกัดข้อไหนกระทบองค์กรของคุณจริง
คำถามที่ฝ่ายบุคคลถามบ่อย
ทำประกันกลุ่มแล้ว พนักงานต้องตรวจสุขภาพก่อนไหม
ขึ้นกับขนาดกลุ่มและแผนที่เลือก บางกรณีใช้เพียงข้อมูลสมาชิก บางกรณีต้องกรอกแบบแถลงสุขภาพรายคน ส่วนการตรวจสุขภาพจะเรียกเฉพาะบางรายตามการพิจารณาของบริษัท อ่านเพิ่มที่ ประกันกลุ่มต้องตรวจสุขภาพไหม
พนักงานเข้าใหม่หรือลาออกระหว่างปี ทำอย่างไร
ฝ่ายบุคคลแจ้งเพิ่มหรือลดสมาชิกระหว่างปีได้ตามเงื่อนไขของแผน เพื่อให้ความคุ้มครองเป็นปัจจุบัน พนักงานที่ลาออก ความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ของบริษัทจะสิ้นสุดตามเงื่อนไขของแผน
ไปโรงพยาบาลแล้ว พนักงานต้องสำรองจ่ายไหม
ที่โรงพยาบาลเครือข่าย พนักงานใช้สิทธิได้ตามสิทธิและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ช่วยลดการสำรองจ่ายได้มาก แต่ยังมีบางกรณีที่ต้องสำรองจ่ายก่อนแล้วเบิกคืน เช่น คลินิก สถานพยาบาลนอกเครือข่าย หรือเมื่อบริษัทขอตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ดูวิธีเตรียมตัวได้ที่ เช็กสิทธิก่อนพาพนักงานไปโรงพยาบาล
ให้สวัสดิการเฉพาะผู้บริหารหรือบางแผนกได้ไหม
ไม่ได้ในรูปแบบประกันกลุ่ม พนักงานประจำที่มีคุณสมบัติต้องเข้าร่วมทั้งหมด แต่สามารถแยกแผนให้แต่ละระดับตำแหน่งได้รับความคุ้มครองต่างกันได้
ประกันกลุ่มกับประกันสุขภาพส่วนตัวของพนักงาน ใช้ร่วมกันได้ไหม
ได้ ทั้งสองแบบทำงานคนละส่วนกัน พนักงานหลายคนใช้ประกันส่วนตัวเป็นความคุ้มครองที่ติดตัวไปได้แม้เปลี่ยนงาน อ่านการเทียบได้ที่ ประกันกลุ่มกับประกันสุขภาพส่วนตัว ต่างกันอย่างไร
หมายเหตุและแหล่งอ้างอิง
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับผู้บริหารและฝ่ายบุคคล มิใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคลหรือคำแนะนำด้านบัญชีและภาษี ความคุ้มครอง วงเงิน และเบี้ยประกัน เป็นไปตามแผนที่เลือก เงื่อนไขกรมธรรม์ และการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) oic.or.th
- บริษัท เอไอเอ จำกัด aia.co.th
- กรมสรรพากร rd.go.th
เว็บไซต์นี้ดำเนินการโดยตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. มิใช่เว็บไซต์ทางการของบริษัท เอไอเอ จำกัด
อยากรู้ว่าข้อดีข้อเสียเหล่านี้ กระทบองค์กรคุณแค่ไหน
ส่งข้อมูลจำนวนพนักงานและความต้องการเบื้องต้นเข้ามา แล้วให้ช่วยดูว่าข้อจำกัดข้อไหนเกี่ยวกับองค์กรของคุณจริง พร้อมแนวทางออกแบบแผนที่ตรงกับงบ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนนี้
