ประวัติการเคลมประกันกลุ่มเดิม ทำไมต้องขอ และ HR ขอจากบริษัทเดิมอย่างไร
องค์กรที่เคยมีประกันกลุ่มมาก่อน เวลาขอใบเสนอราคาที่ใหม่มักถูกขอ ประวัติการเรียกร้องสินไหมย้อนหลัง แล้วหลายที่ก็ติดอยู่ตรงนี้ เพราะไม่รู้ว่าต้องขออะไร ขอจากใคร และให้ได้ไหม บทความนี้ตอบให้ครบในที่เดียว
ในบทความนี้คุณจะได้รู้
- ประวัติการเคลมของกรมธรรม์กลุ่มคืออะไร และไม่ใช่อะไร
- ทำไมบริษัทใหม่ถึงขอ ทั้งที่ยังไม่ได้รับประกัน
- เอกสารชุดที่ควรขอ มีอะไรบ้าง
- ถ้าบริษัทเดิมยังไม่สะดวกให้ ควรทำอย่างไรต่อ
- องค์กรที่ยังไม่เคยมีประกันกลุ่มเลย ต้องใช้อะไรแทน
เวลาองค์กรที่มีประกันกลุ่มอยู่แล้วอยากเทียบราคาที่ใหม่ สิ่งที่มักถูกขอเป็นอย่างแรกไม่ใช่ตัวเลขงบประมาณ แต่เป็น ประวัติการเรียกร้องสินไหมย้อนหลังของกรมธรรม์เดิม
คำขอนี้ทำให้ฝ่ายบุคคลหลายท่านลังเล บางท่านคิดว่าเป็นข้อมูลภายในที่ให้ไม่ได้ บางท่านไม่แน่ใจว่าจะกระทบข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานหรือเปล่า และบางท่านขอไปที่บริษัทเดิมแล้วแต่ยังไม่ได้รับกลับมาสักที
ผลคือดีลค้างอยู่ตรงนี้เป็นเดือน ทั้งที่เรื่องนี้อธิบายได้ไม่ยากและจัดการได้เร็วกว่าที่คิด บทความนี้จึงเขียนไว้ให้ฝ่ายบุคคลใช้อ้างอิงได้ทั้งกระบวนการ
ประวัติการเคลมของกรมธรรม์กลุ่ม คืออะไรกันแน่
ในบริบทของประกันกลุ่ม คำว่าประวัติการเคลมหมายถึง สรุปผลการเรียกร้องสินไหมของกรมธรรม์ทั้งฉบับในแต่ละปี โดยทั่วไปประกอบด้วยเบี้ยประกันที่ชำระไปในปีนั้น จำนวนเงินสินไหมที่จ่ายออกไป และจำนวนสมาชิกในกรมธรรม์
สิ่งสำคัญที่ทำให้ฝ่ายบุคคลสบายใจขึ้นคือ ข้อมูลชุดนี้ เป็นตัวเลขระดับกรมธรรม์ ไม่ใช่ระดับบุคคล ไม่ได้ระบุว่าใครป่วยเป็นอะไร ไม่ได้ระบุชื่อพนักงาน และไม่ได้ระบุชื่อโรงพยาบาลที่พนักงานคนไหนไปรักษา

ทำไมบริษัทใหม่ถึงขอ ทั้งที่ยังไม่ได้รับประกัน
เหตุผลตรงไปตรงมากว่าที่คิด คือถ้าไม่มีข้อมูลของกลุ่มจริง การคำนวณเบี้ยจะทำได้แค่บนค่ากลางของตลาด ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ได้สะท้อนองค์กรของคุณเลย
เมื่อมีประวัติจริงของกลุ่มอยู่ในมือ การจัดทำข้อเสนอจะทำได้ละเอียดขึ้นใน 3 ทาง
- คำนวณจากพฤติกรรมการใช้สิทธิ์จริงของกลุ่มนี้ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของทุกองค์กรรวมกัน
- เห็นว่าความคุ้มครองหมวดไหนถูกใช้มากหรือใช้น้อย ซึ่งช่วยให้เสนอโครงสร้างแผนที่ตรงกับการใช้งานจริงได้
- ลดโอกาสที่ตัวเลขจะเปลี่ยนภายหลัง เพราะข้อเสนอที่ทำบนข้อมูลไม่ครบ มักต้องทบทวนใหม่เมื่อข้อมูลจริงมาถึง
สำหรับองค์กรขนาดตั้งแต่ 50 ท่านขึ้นไปที่ต้องการแผนแบบออกแบบเอง ประวัติชุดนี้ยิ่งสำคัญ เพราะแผนลักษณะนั้นไม่ได้ใช้แพ็กเกจสำเร็จรูป แต่คิดขึ้นจากข้อมูลของกลุ่มโดยตรง อ่านเพิ่มที่ ประกันกลุ่มสำหรับองค์กร 50 คนขึ้นไป
ต้องขอเอกสารอะไรบ้างจากบริษัทเดิม
ขอทีเดียวให้ครบชุด จะได้ไม่ต้องวนขอหลายรอบ
| เอกสาร | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| สรุปประวัติการเรียกร้องสินไหมย้อนหลัง | ตัวเลขหลักที่ใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอ |
| สำเนาหน้าตารางผลประโยชน์ของแผนเดิม | ให้รู้ว่าตัวเลขสินไหมนั้นเกิดจากความคุ้มครองระดับไหน |
| จำนวนสมาชิกในแต่ละปีกรมธรรม์ | ใช้เทียบสัดส่วน ปีที่คนมากกับปีที่คนน้อยเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ |
| วันครบกำหนดต่ออายุของกรมธรรม์เดิม | ใช้วางวันเริ่มความคุ้มครองใหม่ให้ต่อเนื่อง |
| ประเภทความคุ้มครองที่มีอยู่ | เช่น มีผู้ป่วยนอก ทันตกรรม หรือความคุ้มครองครอบครัวรวมอยู่ด้วยหรือไม่ |
ถ้าขอได้ ควรขอให้ครอบคลุม หลายปีกรมธรรม์ ไม่ใช่เฉพาะปีล่าสุด เพราะปีเดียวอาจบังเอิญมีเคสใหญ่เคสเดียวที่ทำให้ภาพรวมดูผิดไปจากปกติ

ขอจากใคร และขออย่างไรให้ได้เร็ว
ผู้ที่มีสิทธิ์ขอคือ ผู้ถือกรมธรรม์ ซึ่งในประกันกลุ่มก็คือองค์กรเอง ไม่ใช่พนักงาน และไม่ใช่ที่ปรึกษาเจ้าใหม่ ดังนั้นคำขอต้องออกจากฝั่งองค์กร
ช่องทางที่ใช้ได้มี 2 ทาง
- แจ้งผ่านผู้ดูแลกรมธรรม์เดิม คือตัวแทนหรือนายหน้าที่ดูแลกรมธรรม์ฉบับนั้นอยู่ ปกติเป็นทางที่เร็วที่สุด
- ติดต่อบริษัทประกันเดิมโดยตรง ในฐานะผู้ถือกรมธรรม์ พร้อมระบุเลขที่กรมธรรม์และชื่อผู้ติดต่อของฝ่ายบุคคล
สิ่งที่ควรระบุในคำขอเพื่อไม่ให้ถูกถามกลับ คือเลขที่กรมธรรม์ ช่วงปีที่ต้องการ และบอกให้ชัดว่าต้องการ ข้อมูลระดับภาพรวมของกรมธรรม์ ไม่ต้องการข้อมูลรายบุคคล ประโยคสุดท้ายนี้ช่วยได้มาก เพราะทำให้ผู้รับเรื่องไม่ต้องตีความและไม่ต้องกังวลเรื่องการเปิดเผยข้อมูลพนักงาน
ถ้าบริษัทเดิมยังไม่สะดวกให้ข้อมูล ควรทำอย่างไร
เกิดขึ้นได้จริง และไม่ได้แปลว่าเรื่องจบ ส่วนใหญ่มาจาก 3 สาเหตุ คือฝ่ายบุคคลยังไม่อยากให้ผู้ดูแลรายเดิมรู้ว่ากำลังเทียบที่ใหม่ ผู้ดูแลรายเดิมไม่ได้เร่งดำเนินการให้ หรือเอกสารต้องรอรอบจัดทำของบริษัทเดิม
ทางออกที่ใช้ได้ตามลำดับ
- ขอเป็นหนังสือจากองค์กรถึงบริษัทประกันเดิมโดยตรง ไม่ผ่านผู้ดูแลรายเดิม ถ้าประเด็นคือไม่อยากให้รู้ว่ากำลังเทียบราคา
- ระบุวัตถุประสงค์ว่าใช้ทบทวนสวัสดิการประจำปี ซึ่งเป็นเหตุผลที่ถูกต้องตามจริงและเป็นงานปกติขององค์กร
- เริ่มจากสิ่งที่องค์กรมีอยู่ในมือก่อน เช่น หน้าตารางผลประโยชน์เดิม จำนวนสมาชิก และเบี้ยที่ชำระไปในแต่ละปี ซึ่งอยู่ในเอกสารทางบัญชีขององค์กรเองอยู่แล้ว
- แจ้งที่ปรึกษาเจ้าใหม่ไปตามตรงว่ายังไม่ได้รับ เพื่อให้เริ่มจัดทำภาพรวมคร่าว ๆ ไปก่อนได้ระหว่างรอ
องค์กรที่ยังไม่เคยมีประกันกลุ่มเลย ใช้อะไรแทน
ถ้าไม่เคยมีกรมธรรม์กลุ่มมาก่อน ก็ไม่มีประวัติการเคลมให้ขอ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและไม่ได้เป็นอุปสรรค การจัดทำข้อเสนอจะใช้ข้อมูลพื้นฐานของสมาชิกแทน คือเพศ อายุรายคน ระดับตำแหน่ง และลักษณะงานขององค์กร
ดูรายละเอียดว่าต้องเตรียมอะไรบ้างได้ที่ เช็กลิสต์ก่อนขอใบเสนอราคาประกันกลุ่ม
มีอีกกรณีที่พบบ่อยคือองค์กรที่ไม่เคยทำประกันกลุ่ม แต่ที่ผ่านมาช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้พนักงานเองเป็นครั้งคราว กรณีนี้ตัวเลขค่าใช้จ่ายที่เคยจ่ายไปในแต่ละปีมีประโยชน์ในการวางงบประมาณ แม้จะไม่ใช่ประวัติการเคลมในความหมายของกรมธรรม์ก็ตาม

ข้อมูลชุดนี้กระทบเบี้ยอย่างไร
โดยหลักการ ประวัติการใช้สิทธิ์ของกลุ่มเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำมาประกอบการพิจารณา ร่วมกับโครงสร้างอายุของสมาชิก ลักษณะงาน จำนวนคน และระดับความคุ้มครองที่เลือก ไม่ได้ใช้ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งตัดสินเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่องค์กรควบคุมได้จริงมี 2 อย่าง คือ ความครบถ้วนของข้อมูลที่ส่ง และ การออกแบบแผนให้เหมาะกับการใช้งานจริงของทีม ส่วนอัตราเบี้ยที่ได้เป็นไปตามแผนที่เลือกและการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท
ถ้าอยากเข้าใจว่าเบี้ยประกันกลุ่มคิดจากอะไรบ้าง อ่านต่อได้ที่ เบี้ยประกันกลุ่มเท่าไหร่ ราคาคิดจากปัจจัยอะไร และถ้ากำลังอยู่ในรอบต่ออายุแล้วเบี้ยขยับขึ้น อ่านที่ ต่ออายุประกันกลุ่ม เบี้ยเพิ่มเพราะอะไร
กังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไหม
เป็นคำถามที่ฝ่ายบุคคลควรถาม และคำตอบทำให้สบายใจขึ้นได้
- ข้อมูลที่ใช้ในขั้นนี้เป็น ตัวเลขรวมของกรมธรรม์ ไม่ได้ระบุตัวบุคคล
- ขั้นขอใบเสนอราคา ยังไม่ต้องใช้ชื่อ นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชน ของสมาชิก
- ขั้นนี้ ยังไม่ต้องใช้ข้อมูลสุขภาพรายบุคคล หรือผลตรวจสุขภาพของพนักงานคนใด
- ควรส่งเท่าที่จำเป็นต่อขั้นตอนนั้น และเก็บข้อมูลที่ละเอียดกว่านั้นไว้จนถึงขั้นที่ต้องใช้จริง
หลักการนี้ใช้กับทุกขั้นตอน ไม่เฉพาะเรื่องประวัติการเคลม
ควรเริ่มขอตอนไหน
ควรเริ่มขอ พร้อมกับตอนที่เริ่มคิดจะเทียบราคา ไม่ใช่รอจนได้คุยกับที่ปรึกษาเจ้าใหม่แล้วค่อยขอ เพราะเอกสารชุดนี้ไม่ได้อยู่ในมือองค์กร ต้องรอฝั่งบริษัทเดิมจัดทำให้ จึงเป็นขั้นตอนที่ควบคุมเวลาได้น้อยที่สุดในกระบวนการทั้งหมด
ลำดับที่ทำให้งานไม่ค้าง
- ตรวจวันครบกำหนดต่ออายุของกรมธรรม์เดิมให้ชัดเจนก่อน
- ส่งคำขอประวัติการเคลมทันทีที่เริ่มพิจารณาทางเลือก
- ระหว่างรอ ให้จัดข้อมูลสมาชิกปัจจุบันไปพร้อมกัน
- เมื่อเอกสารมาถึง ส่งให้ที่ปรึกษาได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มเตรียมอะไรใหม่
ถ้ากำลังพิจารณาย้ายจากบริษัทเดิม มีเรื่องรอยต่อความคุ้มครองที่ต้องระวังเพิ่มอีกชุดหนึ่ง อ่านที่ เปลี่ยนบริษัทประกันกลุ่ม ต้องระวังอะไรบ้าง
เช็กลิสต์ก่อนส่งข้อมูลให้ที่ปรึกษา
- มีสรุปประวัติการเรียกร้องสินไหมย้อนหลัง ครอบคลุมหลายปีกรมธรรม์ถ้าขอได้
- มีสำเนาหน้าตารางผลประโยชน์ของแผนเดิม
- มีจำนวนสมาชิกของแต่ละปี ไม่ใช่เฉพาะปีปัจจุบัน
- รู้วันครบกำหนดต่ออายุของกรมธรรม์เดิมแน่ชัด
- ตรวจแล้วว่าเอกสารไม่มีชื่อพนักงานหรือรายละเอียดการรักษารายบุคคลติดมา
- ไม่ได้กรอกตัวเลขใดจากการประมาณเอาเอง
- ถ้ายังไม่ได้เอกสาร ได้แจ้งที่ปรึกษาแล้วว่าอยู่ระหว่างรอ
ดูภาพรวมของทั้งกระบวนการขอใบเสนอราคาได้ที่ เช็กลิสต์ก่อนขอใบเสนอราคาประกันกลุ่ม
คำถามที่พบบ่อย
องค์กรมีสิทธิ์ขอประวัติการเคลมของกรมธรรม์ตัวเองไหม
ในประกันกลุ่ม องค์กรคือผู้ถือกรมธรรม์ จึงเป็นผู้ที่ติดต่อขอข้อมูลของกรมธรรม์ฉบับนั้นได้ โดยข้อมูลที่ใช้ในขั้นจัดทำข้อเสนอเป็นภาพรวมของกรมธรรม์ ไม่ใช่ประวัติการรักษารายบุคคลของพนักงาน ทั้งนี้รูปแบบเอกสารและขั้นตอนเป็นไปตามที่บริษัทประกันเดิมกำหนด
ต้องขอย้อนหลังกี่ปี
ยิ่งครอบคลุมหลายปีกรมธรรม์ยิ่งช่วยให้เห็นภาพที่นิ่งขึ้น เพราะปีเดียวอาจมีเคสใหญ่เคสเดียวที่ทำให้ภาพรวมผิดไปจากปกติ ถ้าบริษัทเดิมให้ได้เท่าไร ก็ส่งเท่านั้นไปก่อนแล้วแจ้งไว้ว่าเหลืออีกกี่ปีที่ยังรออยู่
ถ้าไม่ส่งประวัติการเคลมเลย ขอใบเสนอราคาได้ไหม
ขอได้ แต่ตัวเลขที่ได้จะเป็นภาพรวมเบื้องต้นและอาจเปลี่ยนเมื่อข้อมูลจริงมาถึง ข้อควรระวังคืออย่านำตัวเลขเบื้องต้นไปใช้ในเอกสารที่ต้องผูกพัน เช่น เอกสารขออนุมัติงบประมาณ ควรรอตัวเลขที่คำนวณจากข้อมูลจริง
พนักงานจะรู้ไหมว่าองค์กรส่งข้อมูลนี้ออกไป
ข้อมูลที่ใช้เป็นตัวเลขรวมของกรมธรรม์ ไม่ได้ระบุตัวบุคคล จึงไม่ได้เปิดเผยว่าพนักงานคนใดใช้สิทธิ์อะไร อย่างไรก็ตาม การสื่อสารกับพนักงานว่าองค์กรกำลังทบทวนสวัสดิการประจำปีเป็นเรื่องที่ทำแล้วดี เพราะช่วยลดความกังวลล่วงหน้า
บริษัทเดิมบอกว่าให้ข้อมูลไม่ได้ ต้องทำอย่างไร
ลองส่งคำขอเป็นหนังสือจากองค์กรถึงบริษัทประกันเดิมโดยตรงในฐานะผู้ถือกรมธรรม์ พร้อมระบุเลขที่กรมธรรม์ ช่วงปีที่ต้องการ และระบุว่าต้องการข้อมูลระดับภาพรวม ไม่ต้องการข้อมูลรายบุคคล ระหว่างนั้นให้เริ่มจากเอกสารที่องค์กรมีอยู่แล้วไปก่อน เช่น หน้าตารางผลประโยชน์เดิมและจำนวนสมาชิกแต่ละปี
หมายเหตุและแหล่งอ้างอิง
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับฝ่ายบุคคลและผู้บริหาร มิใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล รายการเอกสาร ขั้นตอนการขอข้อมูล ความคุ้มครอง และอัตราเบี้ยประกัน เป็นไปตามแผนที่เลือก เงื่อนไขกรมธรรม์ และการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) oic.or.th
- บริษัท เอไอเอ จำกัด aia.co.th
เว็บไซต์นี้ดำเนินการโดยตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. มิใช่เว็บไซต์ทางการของบริษัท เอไอเอ จำกัด
ไม่แน่ใจว่าต้องขออะไรจากบริษัทเดิม ส่งมาให้ช่วยดูได้
ถ้าอยากได้ข้อความสำหรับส่งขอประวัติการเคลมจากบริษัทเดิม หรือได้เอกสารมาแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าครบหรือยัง ส่งมาให้ช่วยตรวจก่อนได้ จะได้ขอจบในรอบเดียวแล้วเริ่มจัดทำข้อเสนอได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนนี้
องค์กรตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่มีความคุ้มครองเดิมอยู่แล้ว ดูแนวทางออกแบบแผนเฉพาะองค์กรได้ที่ ประกันกลุ่มแบบ Non-Package สำหรับองค์กร 50 คนขึ้นไป
